สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ดร.บอริส ปาสก์โฮเวอร์ ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการแก้ไขรูปหน้าและอวัยวะบนใบหน้า จาก Rutgers New Jersey Medical School ระบุถึงผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร JAMA Plastic Surgery เกี่ยวกับปัจจัยต้นๆ ที่เป็นสาเหตุให้คนไข้เลือกทำศัลยกรรมว่า ส่วนหนึ่งมาจากภาพถ่ายเซลฟีจากกล้องสมาร์ทโฟนที่ทำรูปทรงจมูกของเราผิดเพี้ยน ดูใหญ่กว่าเดิม ทั้งที่ของจริงไม่ได้เป็นแบบนั้น
ดร.บอริส ยกตัวอย่างผลสำรวจจากสถาบัน อเมริกัน อะคาเดมี่ ออฟ เฟเชียล พลาสติก แอนด์ รีคอนสตรักทีฟ เซอร์เจอร์รี ว่า คนไข้มากกว่าครึ่งหนึ่งลงความเห็นว่า ไปพบศัลยแพทย์เพราะอยากถ่ายเซลฟีออกมาให้ตัวเองดูดีกว่าเดิม ด้วยเหตุนี้ ดร.บอริส จึงตั้งทีมวิจัยเรื่อง “ภาพเซลฟีมีผลอย่างไรต่อการศัลยกรรม” ขึ้นมาโดยเฉพาะ โดยร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ พบว่าเลนส์กล้องของสมาร์ทโฟนที่เป็นเลนส์กว้างนั้นทำให้รูปทรงของใบหน้าตลอดจนอวัยวะต่างๆ บนใบหน้าผิดรูปไปจากของจริง ซึ่งแน่นอนว่าในวงการผู้เล่นกล้องรู้กันดีว่า เวลาถ่ายภาพบุคคลแล้วใช้กล้องเลนส์กว้าง น้อยคนนักที่จะออกมาสวย ดูดี
อย่างไรก็ตาม ดร. บอริสกล่าวว่า ในปัจจุบันมีหลายค่ายสมาร์ทโฟนที่ไม่ได้ใช้เลนส์กว้างเพื่อถ่ายภาพเซลฟีเพียงอย่างเดียว แต่เพิ่มโหมดภาพถ่ายบุคคล (Portrait) เข้ามา ซึ่งเขาบอกกว่าอาจจะพอช่วยให้คนไม่เสพติดหรือหลงคิดไปว่าหน้าตัวเองมีปัญหาต้องมาแก้ไข้จริงๆนั่นเอง