แว่นกันแดดแบบไหน ตำรวจไทยใช้ได้ !!

โดย PPTV Online

เผยแพร่

คำสั่งห้ามตำรวจสวมแว่นกันแดดฉาบปรอท ระหว่างปฏิบัติหน้าที่มีผลบังคับใช้ทั่วประเทศ โดยตำรวจนครบาลนำร่องก่อน ขณะที่มีข้อยกเว้นให้ผู้มีปัญหาสายตาและทำงานกลางแจ้ง

จากกรณี พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ดูแลงานป้องกันปราบปราม ลงนามหนังสือวิทยุในราชการกองบัญชาการตำรวจนครบาล ที่ 0015 (น1-1) 7 ลงวันที่ 2 มีนาคม 2561 ได้รับคำสั่งจาก พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้กำชับการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ฝ่ายงานป้องกันและปราบปราม ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องแต่งกายให้เรียบร้อย เป็นไปตามระเบียบที่กำหนด ต้องตัดผมสั้น และห้ามสวมใส่แว่นตาดำขณะปฏิบัติหน้าที่

ทั้งนี้ พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ ระบุว่า กรณีห้ามสวมใส่แว่นดำ ขณะปฏิบัติหน้าที่เนื่องจากดูไม่เหมาะสม แต่ถ้ามีการปฏิบัติหน้าที่กลางแดดอาจมีความจำเป็นต้องใส่แว่นกันแดด เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ได้สะดวกยิ่งขึ้น และคำสั่งครั้งนี้ เป็นคำสั่งทั่วประเทศ ส่วนคำสั่งห้ามใส่แว่นตาดำเน้นเฉพาะที่เป็นแฟชั่น ฉาบปรอทสีสันต่างๆ เพราะไม่เหมาะสม ส่วนผู้ที่มีปัญหาทางสายตา หรือต้องสวมเมื่อปฏิบัติหน้าที่กลางแจ้งนั้น ไม่ได้มีการสั่งห้าม

อ่านข่าว : รองผบ.ตร. ออกคำสั่งห้าม ตร.สวมแว่นตาดำขณะปฏิบัติหน้าที่

วันนี้ทีมนิวมีเดียพีพีทีวีจึงรวบรวมข้อดีของการสวมใส่แว่นกันแดด และชนิดของเลนส์ต่างๆ เพื่อให้ทุกคนสามารถเลือกใส่ได้อย่างเหมาะสม สำหรับแว่นกันแดดสามารถป้องกันการถูกทำร้ายจากรังสียูวีในแสงแดด สาเหตุของการเกิดโรคทั้งโรคต้อกระจก ต้อเนื้อ การทำลายจอประสาทตา และยังช่วยกรองแสงให้ดวงตารู้สึกสบายขึ้น

แว่นกันแดดแบบไหนถึงช่วยป้องกันได้?

ได้ชื่อว่า “แว่นกันแดด” ก็ไม่ได้หมายความว่า สามารถช่วยป้องกันแดดได้ทุกอัน เวลาซื้อควรเลือกแว่นกันแดดจากบริษัทที่มีการรับรอง ว่าสามารถป้องกันได้ทั้งรังสี UV-A และ UV-B หรือ ดูที่ฉลากที่กำกับแว่นว่าสามารถป้องกันรังสีได้หรือไม่ เพราะรังสีอุลตร้าไวโอเล็ตทั้งสองชนิดนี้ต่างก็ทำลายนัยน์ตา แว่นกันแดดที่มีตัวกระจกที่ใหญ่จะช่วยป้องกันสายตาจากดวงอาทิตย์ได้ทั้งจากด้านบนและด้านข้าง ซึ่งควรมีขอบแว่นที่โค้งและมีการปิดตรงบริเวณขมับด้วยจะช่วยป้องกันด้านข้างของตาได้

แว่นลดความเข้มแสงกี่เปอร์เซ็นต์ถึงจะดี?

แว่นกันแดดที่ได้มาตรฐานอย่างน้อยต้องสามารถป้องกัน UVA ได้ 95 เปอร์เซนต์ และ UVB 99 เปอร์เซ็นต์ หากต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความสว่างมากควรเลือกเลนส์ที่สามารถลดความเข้มแสงได้สูงถึง 97 เปอร์เซ็นต์ ในส่วนของการใช้งานทั่วๆไปสามารถเลือกเลนส์ที่ตัดแสงได้ 70-90 เปอร์เซ็นต์ก็เพียงพอแล้ว

เลนส์แต่ละชนิดต่างกันอย่างไร?

เลนส์ย้อมสีธรรมดา จะตัดแสงทุกสีในปริมาณเท่าๆ กัน เหมาะกับใช้กลางแจ้งทั่วไป

เลนส์ Polalized ป้องกันแสงที่สะท้อนผ่านเลนส์ ไม่ทำให้สายตาพร่ามัว ช่วยตัดแสงที่เข้ามากระทบกับดวงตาได้อย่างดี เหมาะสำหรับการขับรถ กิจกรรมเล่นกีฬากลางแจ้งหรือในน้ำ และการทำงานกลางแดด

เลนส์ Photochromic จะเปลี่ยนกับความเข้มของสี ตามปริมาณแสง เหมาะสำหรับคนที่ทำงานทั้งที่ร่มและกลางแจ้ง หากขับรถกลางแจ้งให้เลือกเลนส์ที่มีสีเข้ม

เลนส์ฉาบปรอท มีความเข้มเฉพาะตัว และออกแบบมาให้ใช้กับการทำงานหรือกิจกรรมกลางแจ้ง ช่วยในการปรับแสงและปรับเปลี่ยนสายตาระหว่างในพื้นที่ร่มและแสงแดดจ้าแบบฉับพลัน โดยช่วยแก้อาการมองแล้วมืดแบบฉับพลัน อาการเช่นนี้เกิดขึ้นได้ในขณะขับรถเข้าอุโมงค์ เป็นต้น

สีของเลนส์ที่เหมาะสม

สำหรับการใช้งานทั่วไป สีเลนส์ที่ดีและเหมาะสม คือ สีเทา-ดำ และ เขียว-ดำ

หากอยู่บริเวณชายหาด สีเลนส์ที่เหมาะสม คือ สีชา-น้ำตาล หรือ เทา

ส่วนเลนส์สีเหลืองไม่เหมาะจะใส่เวลาขับรถ เพราะจะทำให้เห็นสีไฟจราจรไม่ชัดเจนระหว่างไฟแดง และไฟเขียว

แสงแดดมีอันตรายต่อดวงตาอย่างไร ?

เปลือกตา มีความเปลี่ยนของสีผิว จุดด่างดำ ริ้วรอยรอบดวงตา นอกจากนี้ยังมีรายงานพบว่ามะเร็งที่เกิดขึ้นบริเวณเปลือกตาบางชนิด เช่น basal cell carcinoma squamous cell carcinoma ตลอดจน malignant carcinoma อาจเกี่ยวเนื่องมาจากการได้รับแสงแดดอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน

เยื่อบุตา มีการเสื่อมของเยื่อบุตาบริเวณที่ชิดกับขอบตาดำ เรียกว่า ต้อลม ซึ่งเกิดจากการระคายเคืองจากลม ฝุ่น รังสียูวี หากต้อลมลุกลามเข้าไปในตาดำ เรียกว่า ต้อเนื้อ ไม่เพียงทำให้เกิดความไม่สวยงาม แต่อาจรบกวนการมองเห็น หรือหากมีการอักเสบ จะทำให้มีอาการปวดและระคายเคืองได้

กระจกตา การอักเสบเฉียบพลันของกระจกตา ทำให้มีอาการปวดตามากน้ำตาไหล มักจะเกิดอาการประมาณ 2-3 ชั่วโมง หลังจากได้รับรังสียูวีปริมาณมาก เช่น แสงสะท้อนจากหิมะ หรือรังสียูวีจากการเชื่อมโลหะโดยไม่สวมใส่แว่นป้องกัน อาการมักจะเป็นอยู่ชั่วคราวประมาณ 1-2 วัน

เลนส์ตา การเกิดต้อกระจก แม้ว่าต้อกระจกจะเกิดจากการเสื่อมตามวัย แต่พบว่าการได้รับรังสียูวีทำให้เป็นต้อกระจกมากขึ้นได้ ในแต่ละปี มีประชากรกว่า 16 ล้านคนทั่วโลกตาบอดจากต้อกระจก จากรายงานขององค์การอนามัยโลกพบว่าประมาณ 20 เปอร์เซนต์ของต้อกระจกอาจมีสาเหตุมาจากการได้รับรังสียูวีมากเกินไป ซึ่งเป็นสาเหตุที่หลีกเลี่ยงได้

จอตา ในคนหนุ่มสาวเลนส์ตาที่ยังใสอยู่ไม่สามารถดูดซับรังสียูวีไว้ได้หมด จึงมีโอกาสที่รังสียูวีจะเข้าไปทำลายจอตาทำให้เกิดจอตาเสื่อมได้ แม้ว่าในจอตาของเราจะมีสารหรือเม็ดสีตามธรรมชาติที่ช่วยปกป้องจอตา แต่สารเหล่านี้จะลดลงเมื่ออายุมากขึ้น ทำให้กระบวนการป้องกันจอตาตามธรรมชาติลดลงและเกิดการเสื่อมของจอตาได้ง่ายขึ้น เมื่อได้รับรังสียูวี นอกจากนี้บางการศึกษาเชื่อว่ารังสียูวีน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับภาวะจุดรับภาพเสื่อมในผู้สูงอายุ (age-related macular degeneration, AMD)

ขอบคุณข้อมูลจากบทความ "อันตรายของแสงแดดต่อดวงตา" www.bangkokpattayahospital.com

อ้างอิงข้อมูล : rsuhealth.com , kingseyewear.com

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ