วันนี้ (5 มี.ค.61) พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการตำรวจป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ปปป. ระบุว่า สามารถเอาผิดคณะนายเปรมชัยได้ ต่อให้คลิปเสียงต้นฉบับ ที่อยู่ในโทรศัพท์มือถือของผู้ช่วยหัวหน้าเขตฯ ทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ถูกลบไปแล้ว โดย วันที่ 7 มี.ค.นี้ พนักงานสอบสวนตำรวจ ปปป.จะเดินทางไปยังที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก เพื่อสอบถามรายละเอียดจากนายวิเชียร และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม พร้อมทำแบบจำลองเหตุการณ์ในวันจับกุม เพื่อประกอบสำนวนและกลับมาประชุมสรุปวันที่ 12 มี.ค. ว่าคณะนายเปรมชัยมีความผิดฐานติดสินบนเจ้าพนักงานหรือไม่
ทั้งนี้ส่วนกรณีนายเปรมชัยและพวกรวม 4 คนมอบไฟฉาย 5 กระบอกให้เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ก่อนเข้าไปตั้งแคมป์ พล.ต.ต.กมล มองว่า กล่าวว่า ไม่เป็นการติดสินบนเพราะราคาของต่อชิ้นไม่เกิน 3,000 บาท และเจ้าหน้าที่รับไว้เพราะเข้าใจว่ามาบริจาคช่วยเหลือ
ขณะที่ผลพิสูจน์งาช้างที่พบว่าเป็นงาช้างแอฟริกา แต่ไม่พบใบอนุญาตครอบครองและนำเข้า ที่นายเปรมชัยอ้างว่า กำลังขอใบอนุญาต รวมถึงอาวุธปืนทั้ง 6 กระบอก ของนายเปรมชัย ที่ไม่พบทะเบียนผู้ครอบครอง และในจำนวนนั้น 1 กระบอก นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ ด้านพล.ต.ต. ปัญญา ปิ่นสุข ผู้บังคับการ ตำรวจ ปทส. เปิดเผยว่า รอหนังสือคำสั่งจากกองบัญชาการสอบสวนกลาง เพื่อมอบอำนาจ เพราะทั้ง 2 คดี ไม่ได้อยู่ในการดูแล คาดว่าจะได้รับคำตอบสัปดาห์นี้ ก่อนจะออกหมายเรียกนายเปรมชัยเข้ารับทราบข้อกล่าวหา
สำหรับกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เรียกร้องให้ คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือก.ตร. ตั้งคณะกรรมการสอบจริยธรรม-วินัย พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพราะรับไหว้นายเปรมชัย พล.ต.อ.ศรีวราห์ ระบุว่า การรับไหว้ไม่ได้ทำให้สำนวนคดีเปลี่ยนไป
พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวต่อว่า ส่วนการสอบปากคำนายเปรมชัยเมื่อวันที่ 2 มี.ค. ผ่านมา ถึงแม้ว่า นายเปรมชัยและพวกรวม 4 คน จะปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แต่ไม่มีผลต่อสำนวนส่งฟ้องใน 9 ข้อหาแรก และข้อหาใหม่ที่กำลังจะแจ้ง เพราะตำรวจมีหลักฐานยืนยันชัดเจนถึงพฤติการณ์คณะนายเปรมชัย และยืนยันจะเสร็จสิ้นทันวันที่ 24 มี.ค.นี้