5 เรื่องผิดกฎหมายที่คุณอาจทำเพราะความเคยชิน


โดย PPTV Online

เผยแพร่




การดำเนินชีวิตประจำวันของแต่ละบุคคล ทั้งการเดินทาง การรับประทานอาหาร การประกอบอาชีพ หรือการใช้สังคมออนไลน์ต่างๆ บางครั้งอาจกระทำสิ่งผิดกฎหมายด้วยความเคยชินทั้งที่รู้ตัว และไม่รู้ตัว ซึ่งล้วนมีโทษทางกฎหมายตั้งแต่การจ่ายค่าปรับจนถึงการจำคุก

ทีมนิวมีเดีย พีพีทีวี ได้รวบรวม 5 เรื่องผิดกฎหมายที่คุณอาจทำเพราะความเคยชิน ทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว ดังนี้

1.การขายของบนทางเท้า ทางเท้าที่เคยถูกกำหนดให้เป็นทางเดินสำหรับสัญจรของประชาชน แต่กลับเต็มไปด้วยแผงขายสินค้า ทั้งรถเข็น และหาบเร่-แผงลอย ที่จับจองพื้นที่ริมฟุตปาธของถนนเส้นต่างๆ หรือ หรือแม้กระทั่งตามซอยต่างๆ ก็เต็มไปร้านขายสินค้า มีตั้งแต่อาหารปรุงสำเร็จรูป อาหารว่าง ขนม เสื้อผ้า ผักและอาหารสด

ที่ผ่านมาทางกรุงเทพมหานครได้ทำการจัดระเบียบด้วยมาตรการเข้มข้นในหลายพื้นที่ พร้อมทั้งจัดหาสถานที่แห่งใหม่ให้ผู้ค้าได้จัดจำหน่ายสินค้าอย่างเหมาะสม แต่ในปัจจุบันกลับพบว่าผู้ค้าเลยทยอยกลับมาตั้งแผงขายสินค้ากันบางส่วน เพราะมองว่าเป็นความจำเป็นในการประกอบอาชีพ เพื่อหารายได้เลี้ยงครอบครัว

โดยการกระทำที่เกิดขึ้น นายธีรพันธ์ อธิรัฐธนภรณ์ ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ กรุงเทพมหานคร ยืนยันว่าเป็นความผิด ตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง ซึ่งแบ่งได้หลายกรณี หากเป็นการวางของ ตั้งของ กีดขวาง หรือตั้งแผงเพื่อจำหน่ายสินค้า มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท หากมีการจอดรถขวางบนทางเท้า มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท และมีการติดตั้งป้ายโฆษณาในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท หากเจ้าหน้าที่มีการตรวจสอบพบ ผู้ฝ่าฝืนจะต้องยุติการกระทำผิดทันที พร้อมชำระค่าปรับตามที่กำหนด

2.จอดรถในที่ห้ามจอด สำหรับข้อคุ้นชินข้อนี้ หลายคงคงปฏิเสธไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัว เพราะไม่ว่าจะตามตรอกซอกซอย หรือ ตลาดขนาดใหญ่จะพบทั้งรถยนต์ รถกระบะ และรถจักรยานยนต์ จอดอยู่ข้างถนน ทั้งในพื้นที่ขาวแดง และพื้นที่ที่มีป้ายประกาศห้ามจอด จนดูคล้ายเป็นเรื่องปกติ ทั้งที่ความเป็นจริงนั้นผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 55 ห้ามหยุดรถกีดขวางการจราจร ปรับไม่เกิน 500 บาท, มาตรา 57 ห้ามจอดรถขวางทางเข้า-ออก กีดขวางการจราจร ปรับไม่เกิน 500 บาท, มาตรา 139 ห้ามหยุดหรือจอดรถจุดที่มีประกาศห้ามของพนักงานจราจร ปรับไม่เกิน 1,000 บาท

ด้านมุมมองของประชาชนที่หลายครั้งเคยได้จอดรถในพื้นที่ห้ามจอด ยอมรับว่า รู้ดีว่าสิ่งที่ทำนั้นผิดกฎหมาย แต่ด้วยความรีบเร่ง และคิดว่าจอดไม่นาน จึงตัดสินใจจอดรถให้อยู่ใกล้กับจุดที่ซื้อของให้มากที่สุด แต่หากตำรวจจราจรมาล็อกล้อก็คงต้องยอมเสียค่าปรับ  

3.ขี่รถจักรยานยนต์ขึ้นสะพานข้ามแยกและลงอุโมงค์ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้ออกประกาศข้อบังคับเจ้าพนักงานในเขตกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการห้ามรถบางชนิดขึ้นสะพาน และลอดอุโมงค์ทางร่วมทางแยก พุทธศักราช 2559 ห้ามรถจักรยานยนต์ รถจักรยาน รถยนต์สามล้อ และล้อเลื่อนลากเข็นทุกชนิด ขึ้นบนสะพานข้ามทางแยก สะพานยกระดับ และสะพานข้ามแม่น้ำจำนวน 39 สะพาน และห้ามลอดอุโมงค์ทางร่วมทางแยก 5 แห่ง มีผลบังคับใช้นับตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ.2559

แต่จนถึง ณ ขณะนี้ ข้อกฎหมายนี้ยังไม่สามารถบังคับใช้ได้อย่าง 100 เปอร์เซ็นต์ ยังคงมีตัวแทนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกมาเรียกร้องให้ทบทวนข้อกฎหมายนี้อีกครั้ง ซึ่งในมุมมองของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง บอกว่า สำหรับอาชีพอย่างพวกเขา มีเวลาไม่มากนักในช่วงเวลาเร่งรีบ ซึ่งหากไม่ขึ้นสะพานข้ามแยกจะทำให้ไปส่งผู้โดยสารได้ล่าช้าเนื่องจากการจราจรเส้นทางปกติที่ค่อนข้างติดขัด จึงอยากให้มีการทบทวนข้อกฎหมายนี้อีกครั้ง อยากให้มีช่วงระยะเวลาผ่อนปรนในช่วงเวลาเร่งด่วน 07.00 – 10.00 น.

ขณะที่ พ.ต.อ.อาคม จันทนลาช รองผู้บังคับการตำรวจจราจร ยืนยันว่า กฎหมายนี้มีความจำเป็นต้องบังคับใช้อยู่ เพราะการออกแบบโครงสร้างสะพานต่างๆไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับรถจักรยานยนต์ที่มีความเร็วต่ำ ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ หากพบการฝ่าฝืนจะมีโทษปรับตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

4.จอดรถขวางหน้าบ้านผู้อื่น เรื่องนี้เพิ่งจะเป็นข่าวใหญ่ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา จากกรณีมีผู้ขับรถจอดขวางทางเข้า-ออกบ้าน เป็นเวลานาน จนทำให้เจ้าของบ้านไม่สามารถขับรถออกจากบริเวณบ้านได้ จึงตัดสินใจใช้ขวานและเสียมทุบรถจนได้รับความเสียหาย ก่อนที่เรื่องราวนี้จะถูกแชร์ในโลกออนไลน์จนวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้าง

นายเกิดผล แก้วเกิด หรือ ทนายเกิดผล ระบุว่าการจอดรถกีดขวางทางเข้า-ออกบ้านผู้อื่น เข้าข่ายกฎหมายอาญาก่อความเดือดร้อนรำคาญให้ผู้อื่น ทำให้ไม่สามารถเข้า-ออกได้สะดวก มีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 57(15) ห้ามมิให้ผู้ขับขี่จอดรถกีดขวางทางจราจร มีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท และยังมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆต่อผู้อื่นอันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือ ปรับไม่เกิน 10,000 บาท

ปิดท้ายด้วยเรื่องที่ 5.ละเมิดลิขสิทธิ์เผยแพร่หนังสือ เพลง ภาพยนตร์ จากกรณีที่เกิดขึ้นล่าสุดเมื่อผู้เขียนบทประพันธ์หนังสือนวนิยาย "บุพเพสันนิวาส" นามปากกา รอมแพง ได้แจ้งความร้องทุกข์พร้อมเรียกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย กับผู้ที่คัดลอกสำเนานวนิยายดังกล่าวไปเผยแพร่ต่อสาธารณชนผ่านทางสื่อออนไลน์ และมีการส่งต่อกันเป็นจำนวนมาก สร้างความเสียหายให้กับสำนักพิมพ์และเจ้าของลิขสิทธิ์เป็นเป็นอย่างมาก กรณีที่เกิดขึ้นเข้าข่ายมีความผิดฐาน ทำซ้ำและเผยแพร่ คือ “ละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้าด้วยการทำซ้ำดัดแปลงและเผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งงานวรรณกรรม” ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พุทธศักราช 2537 โทษจำคุก 4 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000-800,000 บาท

PR-โปรแกรมผลบอล-2_B PR-โปรแกรมผลบอล-2_B
TOP ประเด็นร้อน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด โปรแกรมฟุตบอล คุณสนใจหรือไม่?

ไฮเดนไฮม์

VS

ไลป์ซิก

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ