วันนี้ (8 มี.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายลออ จีนใจตรง เจ้าของที่ดินราษฎรอาสาสมัครวัย 82 ปี ระบุว่า มีกลุ่มนายทุนติดต่อเข้ามาขอใช้พื้นที่ก่อสร้างอาคารในลักษณะการเช่า โดยสัญญาว่าจะให้ค่าตอบแทนเดือนละประมาณ 10,000 บาท โดยคำให้การนี้ไม่ต่างจากข้อมูลของ นางสาวยุพา อ้นชาวนา ลูกสาวเจ้าของที่ดิน รอส.อีกแปลง ที่ยอมรับว่ามีนายทุนมาติดต่อในแบบเดียวกัน ทั้งคู่กล่าวว่าก่อนหน้านี้ที่ดินดังกล่าวถูกปล่อยทิ้งร้าง เพราะทำการเกษตรไม่ได้ผล เนื่องจากเป็นพื้นที่เขาลาดชัน ประกอบกับไม่มีทั้งกำลังและเงินทุน เมื่อนายทุนยื่นข้อเสนอ โดยไม่ได้บังคับว่าต้องขายที่ให้ จึงมองว่าเป็นโอกาส
ทั้งนี้เป็นที่น่าสนใจว่าแม้ที่ดินดังกล่าวไม่ได้ถูกขายเปลี่ยนมือไปให้กับนายทุน แต่หากเจ้าหน้าที่พิสูจน์ได้ว่านี่คือการ “ให้เช่า” ไม่ใช่การ “ร่วมทุน” ก็จะเข้าข่ายผิดเงื่อนไขการใช้ประโยชน์ที่ดินราษฎรอาสาสมัคร โดยทั้ง 2 กรณี เป็นเพียงตัวอย่างจาก 27 คดี ที่อัยการพิจารณาไม่สั่งฟ้อง ส่วนหนึ่งมองว่าขาดเจตนา และอีกส่วนหลักฐานไม่เพียงพอที่เอาผิดในข้อหาบุกรุกแผ้วถามป่าสงวนแห่งชาติได้ ทำให้ล่าสุด กอ.รมน. ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ และฝ่ายปกครอง ต้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด เพื่อรื้อคดีใหม่ รวมถึงป้องกันผู้ถูกฟ้องรายอื่นหยิบยกช่องว่างทางกฏหมายนี้นี้มาเป็นบรรทัดฐานทำให้หลุดคดี
บวร แนวฤทธิกุล : ถ่ายภาพ
ปรารถนา พรมพิทักษ์ : รายงาน