วันนี้ (8 มี.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. ที่มีนายกิตติ ลิ้มชัยกิจ เป็นประธาน ในวันนี้ มีมติตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงในจังหวัดบึงกาฬ ตราด น่าน หนองคาย และสุราษฎร์ธานี เพิ่มเติมจาก ขอนแก่นและเชียงใหม่ หลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่รวบรวมพยานหลักฐาน พบว่ามีเจ้าหน้าที่ทั้งนอกหน่วยและในหน่วย 25 คน เข้ามาเกี่ยวข้อง เป็นระดับผู้อำนวยการศูนย์ 5 คน
หลังการไต่สวน หากพบว่ามีความผิด ป.ป.ท.จะแจ้ง 4 ข้อกล่าวหา 4 ข้อหา คือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ การเบียดบังเอาทรัพย์ การปลอมแปลงเอกสารราชการ และการกรอกเอกสารอันเป็นเท็จ และจะเชิญผู้แทนสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน เข้ามาร่วมตรวจสอบหรือร่วมเป็นอนุกรรมการตรวจสอบร่วมกันด้วย เพราะยังมีอีก 21 จังหวัดที่ตรวจพบความผิดปกติในการเบิกจ่ายเงิน สำหรับพฤติกรรมการทุจริตมีหลายรูปแบบ เช่น เจ้าหน้าที่ไม่ได้สำรวจพื้นที่จริง กรอกข้อมูลเอง นำชื่อคนเสียชีวิตมารับเงิน นำชื่อคนอื่นมารับสิทธิโดยเจ้าตัวไม่รู้เรื่อง นำชื่อคนไม่เข้าหลักเกณฑ์มารับสิทธิ์ เป็นต้น
วันเดียวกัน น.ส.ปณิดา ยศปัญญา หรือ “น้องแบม” นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม หรือ มมส.ชี้แจงถึงสาเหตุการไม่เดินทางไปรับทุนการศึกษาและเกียรติบัตรเชิดชูจากคณะและมหาวิทยาลัยว่า เพราะอาจารย์และเจ้าหน้าที่ติดต่อกันมาซ้ำซ้อนกันและรวดเร็วเกินไป เดิมติดต่อให้ไปรับทุนการศึกษาในวันนี้ แต่กลับมีอาจารย์แจ้งมาเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 6 มีนาคมว่าจะมอบรางวัล ทำให้เกิดความสับสน จึงยังไม่ขอเข้ารับทุนและเกียรติบัตร และต้องรอผลการสอบสวนของคณะกรรมการก่อน และขอไม่พูดถึงคณะอาจารย์อีก เพราะเปรียบเสมือนแม่คนที่ 2 พร้อมเปิดเผยว่า นอกจากอยากเป็นทหารแล้ว ยังต้องการเป็นนักพัฒนาชุมชน เพื่อช่วยเหลือผู้ยากไร้ คนเร่ร่อน คนยากคนจน จึงตัดสินใจเลือกเรียนสาขาวิชานักพัฒนาชุมชน