“ประวิตร” บอกพรรค “ธนาธร” ยังไม่ตั้ง ไม่ต้องวิจารณ์มาก ย้ำยังไม่ปลดล็อก

โดย PPTV Online

เผยแพร่

หลังนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นักธุรกิจและนักเคลื่อนไหวทางสังคม ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก และถูกวิจารณ์ว่าเข้าข่ายหาเสียงหรือไม่ วันนี้รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ระบุว่า หากทำในกรณีที่ยังไม่จัดตั้งพรรค ประชาชนก็อย่าไปวิจารณ์มาก และตอนนี้พรรคการเมืองยังหาเสียงไม่ได้

วันนี้ (8 มี.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานบริหารกลุ่มไทยซัมมิท เริ่มประกาศจัดตั้งพรรคการเมือง ก็มีเสียงทั้งตอบรับและวิพากษ์วิจารณ์ ล่าสุดการไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก ก็ถูก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แสดงความเห็นหลังมีคนวิจารณ์ว่าเข้าข่ายการหาเสียงหรือไม่ ว่าพรรคการเมืองยังไม่สามารถหาเสียงและประชุมพรรคได้ หากยังไม่ได้จัดตั้งพรรคการเมืองเช่นกรณีนายธนาธร ก็ขอให้สังคมวิจารณ์พอประมาณ ส่วนพรรคการเมืองที่ทำหนังสือขออนุญาต คสช.เพื่อจัดประชุม ยังไม่ทราบจำนวนพรรคที่ขอมา แต่จะอนุญาตหรือไม่ ต้องไปถาม กกต. เพราะ กกต.ต้องส่งเรื่องให้ คสช.พิจารณาอีกครั้ง

ส่วนโรดแมปเลือกตั้งก็ชัดเจนขึ้นอีกมา เมื่อวันนี้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช.ให้ความเห็นชอบร่างกฎหมาย ส.ส. และ ส.ว.แล้ว โดยเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามการแก้ไขของคณะกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่าย ด้วยคะแนน 211 ต่อ 0 งดออกเสียง 7 เสียง โดยประเด็นที่อภิปราย 8 ประเด็น เช่น ผู้ที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งจะถูกตัดสิทธิ์การลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้บริหารท้องถิ่น สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน, และดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง  ข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง ผู้บริหารท้องถิ่น ขณะที่ นายสมชาย แสวงการ กรรมาธิการเสียงข้างมาก ชี้แจงว่า กฎหมายฉบับนี้ต้องการให้ผู้ที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งทุกระดับ ต้องถูกตัดสิทธิการลงสมัครและออกจากตำแหน่งทันที หากดำรงตำแหน่งอยู่ก่อนวันเลือกตั้ง

สำหรับเนื้อหาสำคัญส่วนอื่นๆ เช่น ให้คงหมายเลขประจำตัวผู้สมัครรับเลือกตั้ง เป็นไปตามลำดับการสมัคร กำหนดค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้งของพรรคตามขนาดของพรรค เป็น S M L XL ห้ามจัดมหรสพ ให้ออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง 8.00-17.00 น. กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งหรือบุคคลอื่น ทำเครื่องหมายในบัตรเลือกตั้งแทนคนพิการได้  ศาลฎีกามีอำนาจสั่งให้จัดการเลือกตั้งใหม่ หากพบการทุจริตตามคำร้องของ กกต.  และกกต.มีอำนาจยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งและสิทธิในการลงสมัครรับเลือกตั้ง หากพบการทุจริตของผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง

ขณะที่ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. สนช.มีมติเห็นชอบตามการแก้ไขของคณะกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่าย ด้วยคะแนน 202 ต่อ 1 งดออกเสียง 13 สาระสำคัญคือแก้ไขให้ กกต.มีอำนาจยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งและสิทธิในการลงสมัครรับเลือกตั้ง หากพบการทุจริต ให้ผู้สมัคร ส.ว. มาจากการสมัครแบบอิสระใน 20 กลุ่มอาชีพ โดยการเลือกกันเองและเลือกไขว้ บทเฉพาะกาลกำหนดให้การคัดเลือก ส.ว. ครั้งแรก ใช้วิธีการเลือกโดยตรงในกลุ่มจาก 10 กลุ่มอาชีพ จากผู้สมัคร 2 ประเภทคือผู้สมัครอิสระและตัวแทนจากองค์กรวิชาชีพ  หลังจากนี้ สนช. จะนำร่างกฎหมายทั้งสองฉบับเสนอนายกรัฐมนตรี เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อไป..

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

ทันโลก express

ทันโลก express

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ