วันนี้ (8 มี.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานบริหารกลุ่มไทยซัมมิท เริ่มประกาศจัดตั้งพรรคการเมือง ก็มีเสียงทั้งตอบรับและวิพากษ์วิจารณ์ ล่าสุดการไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊ก ก็ถูก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แสดงความเห็นหลังมีคนวิจารณ์ว่าเข้าข่ายการหาเสียงหรือไม่ ว่าพรรคการเมืองยังไม่สามารถหาเสียงและประชุมพรรคได้ หากยังไม่ได้จัดตั้งพรรคการเมืองเช่นกรณีนายธนาธร ก็ขอให้สังคมวิจารณ์พอประมาณ ส่วนพรรคการเมืองที่ทำหนังสือขออนุญาต คสช.เพื่อจัดประชุม ยังไม่ทราบจำนวนพรรคที่ขอมา แต่จะอนุญาตหรือไม่ ต้องไปถาม กกต. เพราะ กกต.ต้องส่งเรื่องให้ คสช.พิจารณาอีกครั้ง
ส่วนโรดแมปเลือกตั้งก็ชัดเจนขึ้นอีกมา เมื่อวันนี้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช.ให้ความเห็นชอบร่างกฎหมาย ส.ส. และ ส.ว.แล้ว โดยเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามการแก้ไขของคณะกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่าย ด้วยคะแนน 211 ต่อ 0 งดออกเสียง 7 เสียง โดยประเด็นที่อภิปราย 8 ประเด็น เช่น ผู้ที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งจะถูกตัดสิทธิ์การลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้บริหารท้องถิ่น สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน, และดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมือง ข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง ผู้บริหารท้องถิ่น ขณะที่ นายสมชาย แสวงการ กรรมาธิการเสียงข้างมาก ชี้แจงว่า กฎหมายฉบับนี้ต้องการให้ผู้ที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งทุกระดับ ต้องถูกตัดสิทธิการลงสมัครและออกจากตำแหน่งทันที หากดำรงตำแหน่งอยู่ก่อนวันเลือกตั้ง
สำหรับเนื้อหาสำคัญส่วนอื่นๆ เช่น ให้คงหมายเลขประจำตัวผู้สมัครรับเลือกตั้ง เป็นไปตามลำดับการสมัคร กำหนดค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกตั้งของพรรคตามขนาดของพรรค เป็น S M L XL ห้ามจัดมหรสพ ให้ออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง 8.00-17.00 น. กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งหรือบุคคลอื่น ทำเครื่องหมายในบัตรเลือกตั้งแทนคนพิการได้ ศาลฎีกามีอำนาจสั่งให้จัดการเลือกตั้งใหม่ หากพบการทุจริตตามคำร้องของ กกต. และกกต.มีอำนาจยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งและสิทธิในการลงสมัครรับเลือกตั้ง หากพบการทุจริตของผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง
ขณะที่ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. สนช.มีมติเห็นชอบตามการแก้ไขของคณะกรรมาธิการร่วม 3 ฝ่าย ด้วยคะแนน 202 ต่อ 1 งดออกเสียง 13 สาระสำคัญคือแก้ไขให้ กกต.มีอำนาจยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งและสิทธิในการลงสมัครรับเลือกตั้ง หากพบการทุจริต ให้ผู้สมัคร ส.ว. มาจากการสมัครแบบอิสระใน 20 กลุ่มอาชีพ โดยการเลือกกันเองและเลือกไขว้ บทเฉพาะกาลกำหนดให้การคัดเลือก ส.ว. ครั้งแรก ใช้วิธีการเลือกโดยตรงในกลุ่มจาก 10 กลุ่มอาชีพ จากผู้สมัคร 2 ประเภทคือผู้สมัครอิสระและตัวแทนจากองค์กรวิชาชีพ หลังจากนี้ สนช. จะนำร่างกฎหมายทั้งสองฉบับเสนอนายกรัฐมนตรี เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อไป..