ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน และนายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ ของญี่ปุ่น ต่างก็สนับสนุนและเฝ้ารอการหารือกันระหว่างตัวเขาและนาย คิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงก็จะถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่ผู้นำของทั้งสองชาติได้พบกันแบบตัวต่อตัว
โดยท่าทีดังกล่าวของสองผู้นำชาติเอเชียมีขึ้น หลังจากที่ทรัมป์สร้างความฮือฮาด้วยการตัดสินใจตอบรับคำเชิญที่จะพบปะพูดคุยกับผู้นำเกาหลีเหนืออย่างเป็นทางการเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งทรัมป์เองก็เห็นว่าควรโทรศัพท์ไปหารือและขอความคิดเห็นจากผู้นำจีนและญี่ปุ่นด้วย
ล่าสุด ทรัมป์ยังได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า เกาหลีเหนือไม่ได้ทดสอบยิงขีปนาวุธตั้งแต่เมื่อปลายเดือนพ.ย.ปีที่แล้ว และให้คำมั่นว่าจะไม่ทำการทดสอบใดๆตลอดการหารือกัน ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นภายในเดือน พ.ค. นี้ ซึ่งตัวเขาหวังว่าเกาหลีเหนือจะเคารพคำสัญญาในส่วนนี้
สอดคล้องกับแถลงการณ์ของโฆษกทำเนียบขาว ที่ยืนยันว่า การพบกันของสองผู้นำ จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ เกาหลีเหนือแสดงออกให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความตั้งใจที่จะปลดอาวุธนิวเคลียร์
สำหรับท่าทีของผู้นำสหรัฐฯ นับว่าสร้างความประหลาดให้กับคนทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่คนใกล้ชิดและที่ปรึกษาของทรัมป์เอง เนื่องจากก่อนหน้านี้ทั้งตัวเขาและผู้นำโสมแดงต่างปะทะคารมและทำสงครามน้ำลายกันตลอด โดยเฉพาะการพูดข่มกันเรื่องปุ่มนิวเคลียร์ โดยคิมอ้างว่าตนมีปุ่มกดอาวุธนิวเคลียร์อยู่บนโต๊ะทำงาน สามารถสั่งโจมตีสหรัฐฯเมื่อใดก็ได้ ขณะที่ทรัมป์เองโต้กลับว่า ปุ่มนิวเคลียร์ของตนใหญ่กว่า แถมยังใช้งานได้จริงด้วย
ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญและสื่อสหรัฐฯต่างจับตาเหตุการณ์สำคัญครั้งประวัติศาสตร์ครั้งนี้ เนื่องจากที่ผ่านมา ไม่เคยมีผู้นำสหรัฐฯคนใดตอบรับคำเชิญในลักษณะดังกล่าว จึงนับว่าเป็นความเคลื่อนไหวที่มีเดิมพันค่อนข้างสูง และอาจส่งผลกระทบต่อการอนาคตการบริหารประเทศของทรัมป์