ล่าสุดมีประเด็นการโต้แย้งและถูกจับตามองอีกครั้ง ระหว่าง พล.ต.อ.ศรีวราห์ กับ ดร.กณิตา อุ่ยถาวร หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า กรมอุทยานฯ เรื่องของการพิสูจน์ดีเอ็นเอของผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับซากเสือดำ หลังพล.ต.อ.ศรีวราห์ ออกมาเปิดเผยว่า พบ ดีเอ็นเอ ของเสือดำบนมีด และเขียง แต่ไม่สามารถระบุ ดีเอ็นเอ คนใช้ได้ชัดเจน เหตุเพราะ กรมอุทยานฯ นำไปตรวจหาดีเอ็นเอเสือดำและมีการใช้สารเคมีปนเปื้อน
ส่วนที่มีข่าวว่าพบการปนเปื้อนจากสารเคมีที่เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯใช้ตรวจนั้น ดร.กณิตา ยืนยันว่า ไม่เป็น ความจริง เพราะไม่มีการใช้สารเคมีใดๆเลย ทางหน่วยฯตรวจ ดีเอ็นเอ จาก Swab หรือ ก้านสำลีที่ตำรวจป้ายคราบเลือดมาให้ เพียงก้านเดียว ก็พบ ดีเอ็นเอ ของเสือดำแล้ว
ต่อมาวันที่ 11 มี.ค.ดร.กณิตา ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวอีกครั้ง ระบุว่า “หลักฐานวัตถุพยาน ได้แก่ มีด จำนวน 6 เล่ม และชิ้นส่วนเขียง 1 ชิ้น ที่เกี่ยวข้องกับคดีรายนายเปรมชัย กรรณสูต ได้มีการส่งคืนให้กับตำรวจ บก.ปทส. แล้วเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2561 เวลาประมาณ 17.20 น. โดยส่งมอบที่หน่วยปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า) เพื่อนำส่งต่อให้กับตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบเพิ่มเติมละเอียดอีกครั้งหนึ่ง
โดยเฉพาะในวัตถุพยานชิ้นที่ตรวจพบ ดีเอ็นเอของเสือดำที่ซองบรรจุวัตถุพยานแต่ละชิ้นได้เขียนคำว่า “ตรวจแล้ว” ซึ่งหมายถึงผ่านการตรวจพิสูจน์ลายนิ้วมือ และ ดีเอ็นเอ ของมนุษย์โดยตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานมาครั้งหนึ่งแล้ว ก่อนหน้าที่จะส่งมาให้แล็บของกรมอุทยานฯ ตรวจพิสูจน์เพื่อหาดีเอ็นเอสัตว์ป่า
ซึ่ง พล.ต.อ.ศรีวราห์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไปชี้แจงทำความเข้าใจกับทางกรมอุทยานฯ และยังคงทำงานร่วมกันด้วยดี พร้อมกับบอกด้วยว่าที่โพสต์ไม่ใช่สาระ แต่สาระคือ ช่วยออกรายงานให้ครบถ้วนแต่ขณะนี้หลักฐานก็เพียงพอที่จะสรุปสำนวนทันวันที่ 24 มี.ค.นี้
เชื่อว่าเรื่องนี้จะไม่จางหายไปง่ายๆ เพราะสังคมยังติดตามและคอยกระตุ้นเตือนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจใกล้ชิดอย่างภายใต้วลีที่ยึดมั่นว่า “เสือดำจะต้องไม่ตายฟรี” ซึ่ง พล.ต.อ.ศรีวราห์ ลั่นวาจานี้ออกมาอย่างชัดเจนด้วยเช่นกัน
ขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก Kanita Ouitavon