“อัจฉริยะ” แฉ “คนมีสี-นักกฎหมาย” อยู่เบื้องหลัง “นายแผน” เดินสายร้องเรียน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กรณีคดีหวย 30 ล้านบาทที่ จ.กาญจนบุรี ล่าสุดประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมไลฟ์ผ่านเพจเฟซบุ๊กของทางชมรมฯ เผยเบื้องหลังของการเดินสายร้องเรียนกล่าวหานายตำรวจระดับสูงที่คลี่คลายคดีนี้ เป็นคนมีสีและนักกฎหมาย

วันนี้ (17 มี.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีหวย 30 ล้าน ที่ จังหวัดกาญจนบุรี แม้ว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และคณะพนักงานสอบสวนกองปราบปรามจะดำเนินคดีกับครูปรีชา และเจ๊บ้าบิ่นไปหลายข้อหา รวมทั้งเปิดแถลงข่าวชี้แจงข้อสงสัยในคดีดังกล่าวต่อสังคม ถึง 2 ครั้ง แต่คดีนี้ไม่มีท่าทีจบลงง่าย ๆ เพราะตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา นายฐนุกร เหลืองใหม่เอี่ยม หรือ นายแผน พยานที่อ้างว่าเห็นหมวดจรูญเก็บหวย ได้เดินทางเข้าร้องเรียนกับหน่วยงานต่าง ๆ หลายแห่ง ให้ตรวจสอบ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และพล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปราม โดยอ้างว่าถูกข่มขู่ทั้งที่เป็นพยาน

ทั้งนี้ล่าสุด นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ไลฟ์ในเพจเฟซบุ๊กของชมรมฯ เปิดเผยเบื้องหลังของการเคลื่อนไหวครั้งนี้ โดยระบุว่า มีคนมีสีคนหนึ่งกำลังทุ่มหมดหน้าตักให้กับเรื่องนี้ นอกจากคนมีสีแล้วยังมีผู้อยู่เบื้องหลังอีก 2 คน คนหนึ่งเป็น นักกฎหมาย อีกคนเป็น ผู้หญิง ที่อยู่เบื้องหลังการออกมาเคลื่อนไหวร้องเรียน เพื่อลดความน่าเชื่อถือของนายตำรวจที่ทำคดีนี้ ทั้งที่ตำรวจทำตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย

โดยส่วนกรณี นายแผน ร้องเรียนต่ออุปนายกสภาทนายความฯ ฝ่ายกิจการพิเศษ เพื่อขอความเป็นธรรมและให้ตรวจสอบพฤติกรรมนายษิทรา ทนายความ ร.ต.ท.จรูญ วิมูล นั้น ด้านนายปรีชา ณ เชียงใหม่ ทนายความอิสระ อธิบายถึงเรื่องมรรยาททนายความในรายการเป็นเรื่องเป็นข่าวเมื่อวานนี้ (16 มี.ค.61) โดยระบุว่า มรรยาททนายความไม่เพียงแต่ควบคุมในเรื่องของการว่าความในศาล แต่ยังครอบคลุมในเรื่องการเคารพต่อตัวลูกความ และไม่ใส่ความคู่กรณี การที่ทนายษิทราพาลูกความไปให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน นั้น สามารถทำได้ แต่ต้องระมัดระวังคำพูด รวมถึงต้องเคารพประชาชนที่มีคดีและเป็นคู่กรณีที่พิพาทกัน ที่สำคัญต้องห้ามนำตัวเองไปเป็นคู่ขัดแย้ง

ทนายความอิสระ กล่าวต่อว่า ส่วนการแต่งกาย การสวมใส่เสื้อยืด กางเกงยีนส์ เดินทางไปที่ต่าง ๆ ที่ไม่ใช่การว่าความในศาล ไม่ถือว่าเป็นความผิด แต่สิ่งที่เข้าข่ายมีความผิดตามมรรยาททนายความ ข้อ 17 คือ ห้ามประกาศโฆษณาชื่อ คุณวุฒิ ตำแหน่ง ถิ่นที่อยู่ หรือสำนักงาน อันเป็นการเชิญชวนให้มีผู้มาติดต่อว่าความ หรือ แก้ต่างให้ แม้จะเป็นการว่าความให้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และทำเพื่อคนยากจนก็ตาม โดยคดีนี้ทั้งสองฝ่ายไม่ควรมาสู้กันผ่านสื่อฯ แต่ควรต่อสู้กันตามกระบวนการขั้นตอนของกฎหมาย และเมื่อคดีขึ้นสู่ศาลแล้วทุกอย่างน่าจะจบ

ขณะที่ นายษิทรา โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อวานนี้ ระบุว่า วันจันทร์ที่ 19 มี.ค. นี้ เวลา 10.00 น. จะเดินทางไปสภาทนายความ เพื่อชี้แจงข้อร้องเรียนดังกล่าว และยื่นหนังสือถึงนายกสภาทนายความ เพื่อให้ปลดบุคคลที่ไม่เหมาะสม สร้างความเสื่อมเสียแก่สภาทนายความออกจากตำแหน่งฝ่ายบริหารของสภาทนายความ

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ