เป็นที่ครึกโครมเมื่อมีเหตุการขว้างระเบิดบริเวณหน้าศาลอาญา รัชดา เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 7 มี.ค.58 ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมคนร้ายที่ขับรถจักรยานยนต์มาก่อเหตุได้เพียงในระยะเวลาไม่นานได้ 2 คน คือนายยุทธนา เย็นภิญโญ และนายมหาหิน ขุนทอง และคดีนี้ยังเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดที่หน้าห้างสรรพสินค้าสยามพารากอนด้วย
ที่น่าสนใจคือทั้ง 2 คน ได้เป็นกลุ่มคนที่เคลื่อนไหวทางการเมือง มีการติดต่อสื่อสารกับกลุ่มโดยผ่านโปรแกรมไลน์ในโทรศัพท์มือถือ ที่ผู้ต้องหาสารภาพว่าเป็นกลุ่มไลน์ที่ชื่อ "เสรีชน" โดยทั้ง 2 คนมีฉายาที่ใช้ในการติดต่อสื่อสารในกลุ่มนี้ โดยนายยุทธนามีฉายาว่า "องค์ดำ" ส่วนนายมหาหิน มีฉายาว่า "เหยี่ยวแดง"
ผู้ที่มีฉายา มีความน่าสนใจตรงที่ว่าน่าจะเป็นกลุ่มคนเคลื่อนไหวทางการเมืองที่อาจจะเป็นกองกำลังพิเศษของฝ่ายการเมืองที่เคยถูกฝึกมาก่อน
หลักฐานสำคัญที่เชื่อมโยงกับการเคลื่อนไหวทางการเมือง คือการที่ภรรยาขององค์ดำคือ น.ส.ธัชพรรณ ปกครอง มีสมุดบันทึกรายชื่อโทรศัพท์ในกลุ่มคนเสื้อแดง และมีรายชื่อสำคัญของ พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร และพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง และเบอร์โทรที่ถูกต้อง ชัดเจน ซึ่งต่อมานายชัยสิทธิ์ได้แถลงข่าวว่ารู้จัก แต่ไม่เกี่ยวข้องกับคดีการวางระเบิดครั้งนี้แต่อย่างใด
ขณะที่ตัวผู้ต้องหา คือ นายมหาหิน ได้กล่าวในการแถลงข่าวที่สำนักงานตำรวจนครบาลวันที่ 8 มี.ค.58 ยืนยันว่า ตนไม่มีสีเสื้อ แต่มีอุดมการณ์การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และการเปลี่ยนแปลงระบบการปกครอง ผู้จ้างชื่อเดียร์ คนจัดหาอาวุธอยู่ที่พัทยา ได้รับค่าจ้าง 20,000 บาท วัตถุประสงค์คือต้องการให้องค์การสหประชาชาติ หรือ UN เข้ามามีบทบาทในการเมืองไทย และทางกลุ่มเตรียมที่จะก่อเหตุป่วนเมืองอีกกว่า 100 จุดทั่วประเทศในวันที่ 15 มี.ค.58
จากข้อมูลนี้ตำรวจได้เชื่อมโยงว่าการก่อความรุนแรงนี้เกี่ยวข้องกับการเมืองในประเทศ แม้ว่าที่สุดแล้วข้อโต้แย้งในประเด็นที่ว่าอาจมีการจัดฉากได้เช่นกัน ก็ยังมีอยู่
ประเด็นสำคัญคือ "ระเบิด RGD-5" ที่เป็นอาวุธสำคัญในครั้งนี้ เป็นอาวุธที่เคยมีการใช้มาก่อนในช่วงการชุมนุมของ กปปส. และคนที่ใช้ อาจเป็นคนกลุ่มเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม "ทีมข่าว PPTV" ได้รวบรวมข้อมูลอาวุธที่ใช้ก่อเหตุ ที่อาจมีลักษณะที่สัมพันธ์กันกับเหตุการณ์ที่ศาลอาญาครั้งล่าสุด ดังนี้
1.ระเบิดร่วมชุมนุม กปปส.ถึงก่อนรัฐประหาร พบว่ามีการใช้อาวุธ ดังนี้
เอ็ม79 จำนวน 35 เหตุ/อาร์จีดี5 จำนวน 10 เหตุ/ระเบิดปิงปอง-ลอบยิง จำนวน 19 เหตุ/เอ็ม67 จำนวน 6 เหตุ /เอ็มเค2 จำนวน 4 เหตุ/เอ็ม 26 จำนวน 4 เหตุ/ไปป์บอมบ์ จำนวน 3 เหตุ/แสวงเครื่องถังดับเพลิง จำนวน 2 เหตุ/เอ็ม19เอ2 จำนวน 1 เหตุ/เอ็ม61 จำนวน 1 เหตุ/คาร์บอมบ์ จำนวน 1 เหตุ
2.เหตุไม่สงบที่มีการใช้วัตถุระเบิดช่วงหลังรัฐประหาร 22 พ.ค.57 ประกอบด้วย
26 พ.ค.2557 พบระเบิดลูกเกลี้ยงชนิดเอ็ม67 พันเทปกาวสีดำ ไม่ถอดสลัก ที่ป้ายรถประจำทาง หน้าอาคารมานูไลฟ์ เพลส ถนนศรีอยุธยา แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ
13 มิ.ย.2557 คนร้ายปาระเบิดไปป์บอมบ์ที่แยกพระราม 9 ถนนพระราม 9 แขวงและเขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ ทำให้รถยนต์ถูกสะเก็ดระเบิดเสียหาย 2 คัน
1 ก.พ.2558 ระเบิดไปป์บอมบ์ 2 ลูก บริเวณทางเชื่อมสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีสยาม ช่วงทางเชื่อมต่อเข้าห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน
7 มี.ค.2558 คนร้ายปาระเบิดแบบ RGD-5 บริเวณศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก
รู้จักกับ RGD-5
ระเบิดขว้างแบบ อาร์จีดี5 ที่สองคนร้ายปาเข้าใส่ศาลอาญาเมื่อค่ำวันเสาร์ที่ 7 มี.ค.ที่ผ่านมานั้น ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการก่อเหตุรุนแรงป่วนเมืองด้วยวัตถุระเบิดชนิดนี้
แต่หากย้อนไปช่วงการชุมนุมของคณะกรรมการประชาชนเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส. จะพบว่ามีการใช้ระเบิดชนิดนี้โจมตีผู้ชุมนุมหลายครั้ง เช่น ที่ถนนบรรทัดทอง เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 57 ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อวันที่ 19 ม.ค.57 หรือห่างกันเพียง 2 วัน
นอกจากนั้นเมื่ออวันที่ 15 ม.ค. ช่วงที่มีการชุมนุม ยังมีการจับกุมระเบิดชนิดนี้ล็อตใหญ่ได้ในท้องที่สถานีตำรวจนครบาลบางนาด้วย
สำหรับระเบิด RGD-5 ผลิตจากประเทศรัสเซียในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ระเบิดในกลุ่มเดียวกันนี้อาจพบมีใช้หรือผลิตในประเทศค่ายคอมมิวนิสต์ด้วย ฉะนั้นจึงเป็นไปได้ว่าระเบิดอาจจะผลิตจากรัสเซียหรือจีนก็ได้ ลูกระเบิดมีลักษณะเป็นรูปไข่ พื้นผิวมีรอยบุ๋มเล็กน้อย มีโทนสีเขียวหรือสีมะกอก สามารถขว้างหรือโยนได้ไกลหลายสิบเมตร ราคาต้นทุนการผลิตไม่สูง แต่มีประสิทธิภาพการทำลายล้างสูง