หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นในสังคมออนไลน์ถึงความเคลือบแคลงเกี่ยวกับการจัดสรรเงินบริจาคในโครงการอุปการะเด็ก ของมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย ว่าเงินถูกส่งถึงมือเด็กโดยตรงหรือไม่ หรือว่าถูกนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ใดบ้าง รวมไปถึงเรื่องการส่งจดหมายตอบกลับจากเด็กที่พบว่าลายมือของเด็กในอุปการะแตกต่างกันในแต่ละฉบับ ทั้งๆ ที่เป็นเด็กคนเดียวกัน สร้างความสงสัยให้เกิดขึ้นกับผู้บริจาคเป็นอย่างมาก ซึ่งเรื่องราวที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริจาค และผู้ที่กำลังคิดที่จะบริจาคหลายคน ตัดสินใจยุติการบริจาคเพราะความไม่แน่ใจในปลายทางของเงิน
แม้ข้อความและรูปภาพดังกล่าวจะถูกโพสต์ตั้งแต่ปี 2559 แต่กลับถูกนำมาพูดถึงอีกครั้ง ซึ่งทางมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยไม่ได้เพิกเฉย ออกเอกสารแถลงการณ์ ขอบคุณผู้บริจาคและคนในสังคมออนไลน์ที่ได้ให้คำแนะนำและคำติชมในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดสรรเงินของทางมูลนิธิศุภนิมิตฯ พร้อมทั้งยืนยันว่าตลอด 44 ปีที่ผ่านมา การดำเนินงานของมูลนิธิยังคงยืนยันเจตนารมย์ว่าเป็นไปเพื่อการช่วยเหลือพัฒนาคุณภาพชีวิต และสร้างโอกาสที่เท่าเทียม เพื่อให้เด็ก ครอบครัว และชุมชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
แต่อย่างไรก็ตาม ผู้บริจาคและคนในสังคมออนไลน์ยังคงมีข้อกังขา ว่าถ้าหากเงินถูกแบ่งเป็นสัดส่วนจริง เพราะเหตุใดทางมูลนิธิฯถึงไม่มีเอกสารชี้แจงที่ชัดเจน และพิมพ์เป็นลายลักษณ์อักษรให้ผู้บริจาคได้ทราบ
ทีมนิวมีเดีย พีพีทีวี ได้พูดคุยกับ ญาณะ มหานามะญาณ หนึ่งในผู้บริจาคเงินเพื่ออุปการะเด็กในมูลนิธิแห่งนี้มานานกว่า 20 ปี เขาได้ยุติการบริจาคเงินทันที ที่ได้อ่านเรื่องราวในสังคมออนไลน์ เพราะมองว่าทางมูลนิธิฯไม่มีความชัดเจนในการสื่อสารเรื่องการจัดสรรเงินบริจาค เนื่องจากเข้าใจมาตลอดว่าเงินจะถึงมือเด็กที่อยู่ในอุปการะโดยตรง แต่กลับถูกนำไปรวมกับผู้บริจาคคนอื่นๆ และจัดสรรไปช่วยเหลือด้านการพัฒนาชุมชน และโครงการต่างๆที่ไม่ได้ถูกระบุไว้ในตอนแรก นอกจากนั้นยังมองว่าการจัดตั้งเป็นมูลนิธิฯ ควรทำทุกอย่างให้ชัดเจนโปร่งใส เพื่อป้องกันการครหาจากคนในสังคม
ขณะที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งที่ทางทีมนิวมีเดีย พีพีทีวี ได้พูดคุยผ่านทางข้อความสนทนาส่วนตัวของเฟซบุ๊ก ได้ให้ข้อมูลว่าเริ่มบริจาคเงินให้กับมูลนิธิศุภนิมิตฯมาตั้งแต่ปี 2544 และทราบมาตลอดว่าเงินที่บริจาคจำนวน 600 บาท ในแต่ละเดือนนั้น เด็กจะไม่ได้รับโดยตรง แต่จะถูกจัดสรรเข้ากองทุน และแปรเปลี่ยนเป็นเงินทุนการศึกษา ของขวัญ ตลอดจนการพัฒนาชุมชนในถิ่นที่อยู่อาศัยของเด็ก รวมทั้งยังได้รับจดหมาย รวมถึงเคยเจอเด็กในอุปการะ ซึ่งแม้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของคนในสังคม แต่ตนเองยังคงยืนยันจะบริจาคเงินต่อไป เพราะหวังเป็นส่วนหนึ่งที่ได้ช่วยเหลือสังคม
นอกจากนี้ ยังพบว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กบางคน ได้คอมเมนต์ระบุว่าเคยเป็นเด็กที่ได้รับการอุปการะจากมูลนิธิศุภนิมิตฯ แม้จะไม่ได้เป็นตัวเงิน แต่ก็ได้รับในรูปแบบอุปกรณ์การศึกษา เสื้อผ้า เครื่องเขียน และอาหารกลางวัน อย่างต่อเนื่องจนจบการศึกษา
ทีมนิวมีเดีย พีพีทีวี จึงได้สอบถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นกับทางมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย นายสราวุธ ราชศรีเมือง ผู้อำนวยการมูลนิธิฯ ยืนยันว่าที่ผ่านมามีการระบุชัดเจนในเอกสารประชาสัมพันธ์อย่างชัดเจนถึงจุดยืนการรับบริจาคเงินเข้าโครงการอุปการะเด็ก ที่มุ่งเน้นด้านการพัฒนา มากกว่าสงเคราะห์โดยการแบ่งเงินออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือ 1. การสนับสนุนปัจจัยด้านการศึกษา ในเรื่องของวัสดุอุปกรณ์ และโอกาสในการศึกษาเล่าเรียน 2. จะถูกนำไปใช้กับโครงการที่แก้ปัญหาเร่งด่วน เช่น โครงการอาหารเช้า และอาหารกลางวัน รวมถึงการพัฒนาศักยภาพครู การฝึกอบรมให้เด็กอ่านออกเขียนได้มากขึ้น และ 3. จัดสรรเงินไปใช้พัฒนาชุมชน ด้วยการดึงการมีส่วนร่วมกับทรัพยากรในชุมชน
สำหรับการเขียนจดหมายตอบกลับจากเด็กในอุปการะที่หลายคนสงสัยในเรื่องของลายมือที่แตกต่างกัน ทั้งๆ ที่เป็นเด็กคนเดียวกัน ชื่อเดียวกัน ผู้อำนวยการมูลนิธิศุภนิมิตแบ่งได้เป็น 2 กรณี คือ เด็กยังเล็ก ผู้ดูแลจะเป็นผู้เขียนแทนให้ และแบบที่สองลายมือเด็กเปลี่ยนแปลงไปตามวัย โดยทางมูลนิธิศุภนิมิตฯ ระบุว่า จะปรับปรุงในเรื่องของเอกสาร และข้อมูลต่างๆที่หลายคนมองว่าไม่ชัดเจนให้ดีขึ้น
ขณะที่มุมมองจาก นายสรรเพชร นิลรัตน์ กรรมการผู้จัดการ มูลนิธิกองทุนการศึกษาเพื่อการพัฒนา หรือ EDF อีกหนึ่งมูลนิธิที่มีรูปแบบการรับบริจาคเงินเพื่ออุปการะเด็กเช่นเดียวกัน ได้อธิบายว่าเงินบางส่วนจะถูกแบ่งเป็นค่าใช้จ่ายของการดำเนินโครงการ มีการควบคุมการใช้จ่ายของเด็กโดยครูผู้แลเงินทุนของแต่ละโรงเรียน ซึ่งเขามองว่า สิ่งที่จะสามารถทำให้ผู้รับบริจาคมีความเชื่อมั่นมูลนิธิฯ การตรวจสอบได้เป็นเรื่องสำคัญที่สุด ซึ่งจะต้องมีการส่งรายงานทางการเงินให้กับทางเขต ซึ่งทางกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ดูแล สิ้นปีมีรายงานทางการเงินที่ได้รับการตรวจสอบทั้งจากภายในองค์กร และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องในภาคส่วนอื่นๆ
ในส่วนของมูลนิธิ EDF จะมีการแจ้งข้อมูลกับผู้บริจาคในโครงการอุปการะเด็กว่า เงินจะถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน ซึ่งส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดจะส่งถึงตัวเด็กโดยตรง โดยมีครูของเด็กในแต่ละโรงเรียนเป็นผู้ดูแล ร่วมกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิ ซึ่งจะต้องมีการแจกแจงอย่างชัดเจนว่าเด็กนำเงินไปใช้อย่างไร ขณะที่อีกส่วนหนึ่ง คือ เงินที่ใช้ขับเคลื่อนโครงการและใช้จ่ายในมูลนิธิฯ