วันนี้(23 มี.ค.61) นายอรรถพล ตรึกตรอง ประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง “กองทุนเสมาพัฒนาชีวิต” ยอมรับกับทีมข่าวพีพีทีวีว่า การตรวจสอบหาผู้ร่วมขบวนการทุจริตเงินกองทุนเสมาฯย้อนหลัง 10 ปีผ่านมา ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเอกสารขั้นตอนการเซ็นอนุมัติ รายงานการเบิก-จ่ายเงิน บางส่วนหายไปจากห้องเก็บแฟ้มเอกสาร ขณะนี้อยู่ระหว่างให้เจ้าหน้าที่รวบรวมเอกสารที่เหลืออยู่แยกเป็นรายปีมาใช้ในคดี เชื่อว่าจะเอาผิด “นางรจนา สินที” ข้าราชการซี 8 ทางวินัยได้อย่างแน่นอน
ส่วนรูปแบบการทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตถูกขยายผลเชิงลึก พบว่า “นางรจนา สินที” ข้าราชการซี8 ได้รับตำแหน่งกรรมการกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต เลขาฯกรรมการกองทุน และนักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ มีหน้าที่ทำเอกสารทั้งหมดตั้งแต่การรวบรวมรายชื่อเด็กและครูจากเขตพื้นที่การศึกษาตามจังหวัดต่างๆ รวมถึงเลขบัญชีด้วยตั้งแต่ปี 2550 ถึง 2560 โดยผู้บังคับบัญชาตามสายงานที่เกี่ยวข้องจะมีการเซ็นเอกสารตามลำดับขั้นตอนตั้งแต่ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมกิจการการศึกษา ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ จากนั้นเอกสารจะถูกส่งไปที่สำนักปลัดฯโอนเงินเข้าสถาบันการศึกษาเพื่อส่งมอบให้เด็กหรือครูต่อไป
ประเด็นนี้นายอรรถพล ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงมองว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะตรวจสอบเพราะมีข้าราชการที่เกษียณอายุไปแล้วหลายคน อาจจะต้องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เข้ามาช่วยในเรื่องนี้ พร้อมมองว่า ระบบการโอนเงินเข้าสถาบันการศึกษาโดยตรงเป็นจุดอ่อนที่เอื้อต่อการทุจริต
ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมเอกสารจากโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ และ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี ให้ส่งข้อมูลครูและนักเรียนที่ได้รับเงินจากกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต และรอสเตทเม้นที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาตรวจสอบเพิ่มเพื่อขยายผลต่อไป
ส่วนที่มีข้อมูลว่าเงินฝากประจำ 600 ล้านบาทในบัญชีกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตหายไป ประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง “กองทุนเสมาพัฒนาชีวิต” ยืนยันว่ายังอยู่ครบ มีเพียงบัญชีเพื่อใช้จ่ายให้ผู้รับเงินที่เงินถูกยักยอกไป สัปดาห์หน้าวันอังคารที่ 26 มี.ค.จะประชุมสรุปการเอาผิดทางวินัยข้าราชการนางรจนา