รัฐบาลรัสเซีย เริ่มมีปฏิกิริยากับการขับไล่ทูตในประเทศต่างๆ หลังเหตุวางยาพิษอดีตสายลับ 2 หน้าในอังกฤษ โดยล่าสุดโฆษกพระราชวัง “เครมลิน” ไก้ออกมากล่าวต่อสื่อมวลชนว่า รัสเซียเสียใจกับการกระทำของประเทศต่างๆ ที่ปฏิบัติตามอังกฤษและสหรัฐฯ ด้วยการขับไล่เจ้าหน้าการทูตที่ของรัสเซียกลับประเทศ และตอนนี้ทางกระทรวงต่างประเทศของรัสเซีย กำลังประเมินสถานการณ์ว่า จะตอบโต้ประเทศเหล่านี้ด้วยวิธีใด ก่อนจะส่งให้ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เป็นผู้พิจารณาขั้นสุดท้าย เพื่อดำเนินการตอบโต้อย่างเป็นทางการต่อไป
ท่าทีของรัสเซียครั้งนี้ มีขึ้นหลังจากหลายประเทศ นำโดยสหรัฐฯ กลุ่มประเทศสมาชิกสภาพยุโรป ยูเครน แคนาดา ออสเตรเลีย นอร์เวย์ และมาซิโดเนีย ได้ดำเนินมาตรการขับไล่เจ้าหน้าที่ทูตของรัสเซียกลับประเทศ โดยทุกประเทศมีความเห็นตรงกันว่า รัสเซียมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลอบวางยาพิษอดีตสายลับสองหน้าชาวรัสเซียและบุตรสาว
นอกจากนี้ ยังมีไอซ์แลนด์ที่แม้จะไม่ได้ประกาศไล่ทูต แต่ประกาศระงับการหารือระดับสูงกับเจ้าหน้าที่รัสเซีย เช่นเดียวกับประเทศสมาชิกอียูอื่นๆ อาทิ ออสเตรีย กรีซ โปรตุเกส ที่ยืนยันว่าไม่มีนโยบายขับไล่ทูต แต่ขอแสดงจุดยืนสนับสนุนอังกฤษ และขอประณามเหตุลอบสังหารดังกล่าว
สำหรับการขับไล่เจ้าหน้าที่ทูตครั้งนี้ นับเป็นการร่วมกันขับไล่นักการทูตรัสเซียมากที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยมีจำนวนรวมกันถึง 116 คน หากนับรวมที่อังกฤษไล่นักการทูตรัสเซียไปก่อนหน้านี้ ก็จะรวมเป็น 139 คน