ผอ.มูลนิธิเข้าถึงเอดส์ชี้ควรมี "ถุงยาง" ใน รร. แนะผู้ใหญ่ให้ข้อมูลเด็กรอบด้าน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กรณีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลถึงการติดตั้งเครื่องจำหน่ายถุงยางอนามัยในโรงเรียนมัธยมศึกษาว่าเหมาะสมหรือไม่ ด้านผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ เผยควรต้องมีถุงยางฯในโรงเรียน แต่ต้องสอนให้เด็กคิดได้ด้วยตัวเอง ส่วนผู้ใหญ่ต้องคอยช่วยดูแลความปลอดภัย ขณะที่อุปนายกสมาคมเครือข่ายผู้ปกครองแห่งชาติ ชี้หากเด็กมีเพศสัมพันธ์จะเข้าข่ายผิดกฎหมายอาญา และเชื่อว่าเด็กส่วนใหญ่ไม่ทราบ

วันนี้ (28 มี.ค.61) นายคมเทพ ประภายนต์ อุปนายกสมาคมเครือข่ายผู้ปกครองแห่งชาติ กล่าวผ่านรายการเป็นเรื่องเป็นข่าว ว่า ถุงยางฯไม่ได้เป็นของที่ผิดกฎหมาย แต่ต้องถามว่าเป็นของที่ใช้กับใคร โดยในโรงเรียนมีเด็กอายุไม่เกิน 18 ปี หากเด็กเหล่านี้มีเพศสัมพันธ์กัน จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาทั้งหมด ซึ่งเด็กอาจจะไม่รู้ โดยทางคดีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ยอมความไม่ได้ และเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี อาจยอมความได้

ทั้งนี้คนที่ไปกดซื้อใช้ไม่ใช่ผู้ใหญ่ แต่เป็นเด็ก และจะให้เด็กไปใช้เพื่ออะไร ผู้ปกครองรับได้หรือไม่ โรงเรียนเป็นแหล่งบ่มเพาะจริยธรรม และแหล่งเรียนรู้ แน่นอนว่าโรงเรียนมีการสอนวิชาสุขศึกษา แต่ต้องสอนกฎหมายให้เด็กรู้ด้วย เพราะหากไปสู่กระบวนการทางคดีแล้ว พ่อแม่ของเด็กจะเดือดร้อนที่สุด

ด้านนายนิมิตร์ เทียนอุดม ผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ ระบุว่า เราต้องมีการสอนให้เด็กรู้จักคิดได้ด้วยตัวเอง ถ้าหากพูดเรื่องเพศก็ต้องพูดให้หมดทุกมุม เพื่อให้เด็กมีวีธีคิดของตัวเองได้ ตนเชื่อว่าเด็กทุกมีวิธีคิดและวิเคราะห์ของตัวเองได้ และผู้ใหญ่มีหน้าที่ให้ข้อมูลให้รอบด้านมากที่สุด เพราะหากไม่ทำแบบนี้เด็กจะไม่โต และผู้ใหญ่ก็จะครอบงำความคิดแทนเด็กตลอดเวลา โดยถ้าหากเชื่อว่าเด็กมีความสามารถมากพอ และผู้ใหญ่มีหน้าที่ส่งเสริมความสามารถนั้น ก็ไม่ต้องถกเถียงกันว่าจะมีตู้ถุงยางหรือไม่

โดยเริ่มจากเรื่องเพศต้องพูดคุยกันอย่างเปิดเผย เพื่อให้เด็กคิดวิเคราะห์ตัดสินใจว่าจะทำอย่างไร ต่อมาผู้ใหญ่ก็ต้องเตรียมการ เพราะอาจจะมีเด็กบางคนคิดไม่ตก หรือคิดและตัดสินใจแล้วว่าจะมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ที่จะต้องดูแลความปลอดภัย คือ ถ้าห้ามคนมีเพศสัมพันธ์ไม่ได้ ก็ต้องชวนเด็กให้คิดวิเคราะห์ให้เค้าเลือกและตัดสินใจเอง ประกอบกับผู้ใหญ่ต้องเตรียมป้องกันไม่ให้มีผลกระทบมุมลบเกิดขึ้น

ทั้งนี้อยากชวนเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องการมองถุงยางฯ ไม่ว่าจะเป็นเด็ก หรือผู้ใหญ่ ถ้าใครมีเพศสัมพันธ์แล้วใช้ถุงยาง ถือว่ามีความรับผิดชอบต่อตัวเองและคู่ที่กำลังมีเพศสัมพันธ์ด้วย เพื่อที่จะรับผิดชอบกันและกัน ดังนั้นในโรงเรียนควรมี แต่เป็นแบบที่เด็กสามารถกล้าและพร้อมที่จะไปพูดคุย ไปขอ ไปหยิบถุงยางมาใช้

“มันมีความต้องการถุงยางฯ เพื่อทำให้เกิดความปลอดภัย ไม่ใช่ปัดภาระให้เด็กต้องซื้อเอง มันเป็นหน้าที่ของรัฐที่ต้องจัดการ คือ พัฒนาเพศศึกษาให้ดี มีเครื่องมือเพื่อความปลอดภัยในโรงเรียนที่ควรอยู่ในสายตาครู หรือสามารถเดินไปหยิบถุงยางฯตรงนี้ได้โดยที่ไม่ถูกมอง เราต้องเปลี่ยนอันนี้” ผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ กล่าว

ชมคลิปรายการ : “เครือข่ายผู้ปกครอง” ขวาง ตั้งตู้ “ขายถุงยาง” ในรร. หวั่นชี้โพรงให้เด็ก “มั่วเซ็กซ์” ก่อนวัย

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ