สำหรับหนังสือจินดามณี ที่จะพาไปรู้จักวันนี้ คือหนังสือจินดามณี ฉบับรวมจินดามณีเล่ม 1 และ ฉบับใหญ่ บริบูรณ์ ที่ทางสำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ได้ตีพิมพ์ขึ้นมาเป็นครั้งที่ 3 มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เด็กและเยาวชน รวมถึงประชาชนทั่วไป ได้มีโอกาสเรียนรู้และศึกษาประวัติศาสตร์ ภาษา วรรณกรรม และจารีตประเพณีของไทยในอดีต โดยเป็นการรวมเนื้อหาของ หนังสือจินดามณี เล่ม 1 และนำสำเนาเอกสารสมุดไทยหนังสือจินดามณี เอกสารเลขที่ 83 จินดามณีฉบับใหญ่ เอกสารเลขที่ 4 และจินดามณี เล่ม 2 เอกสารที่ 29 มีเนื้อหาในเล่มเกี่ยวกับหลักการใช้พยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ การแจกลูกอักษร การผันอักษร อักษรเลข อักษรศัพท์ การใช้การันต์ การแต่งคำประพันธ์ กลบท ปรากฏกลบท ทั้ง 60 ชนิด
หนังสือจินดามณี เล่ม 1 และจินดามณี ฉบับใหญ่ บริบูรณ์ ถูกตีพิมพ์เป็นครั้งที่ 3 จำนวน 4500 เล่ม โดยจะแบ่งจำหน่ายวันละ 400 เล่ม ภายในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 46 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตั้งแต่วันที่ 29 มี.ค. 61 ถึงวันที่ 8 เม.ย. 61
จากการสำรวจพบว่า หนังสือจินดามณี ขายหมดยกแผง 400 เล่มภายในระยะเวลาอันรวดเร็วเพียง 1 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้น โดยมีเยาวชนหรือบรรดาแฟนละครรวมถึงประชาชนทั่วไปที่สนใจใฝ่รู้ในประวัติศาสตร์ไทยให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก
นางสาวทิพยมาส ยินดี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 กล่าวถึงเหตุผลที่มาซื้อหนังสือจินดามณีในวันแรก ว่า ตนเองอยากศึกษาและอยากเห็นรูปร่างหน้าตาหนังสือที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนังสือเรียนเล่มแรกของประเทศไทย โดยทราบข้อมูลหนังสือจินดามณีจากอินเทอร์เน็ตและญาติพี่น้องบอกกล่าวต่อกันมา แต่ทั้งนี้ยอมรับว่าละครก็มีส่วนให้มาซื้อในวันนี้เหมือนกัน และยังเชื่อว่าการออกมาตีพิมพ์เป็นครั้งที่ 2 ของหนังสือจินดามณีส่งผลดี เพราะสามารถซื้อมาเก็บสะสมรวมถึงเป็นของที่ระลึกที่มีคุณค่าทางจิตใจได้
ส่วนความน่าสนใจของหนังสือจินดามณี คิดว่าเป็นเรื่องของประวัติศาสตร์การเรียนการสอนของเมืองไทยในอดีต แต่โดยส่วนตัวไม่ได้ดูละคร แต่ชอบอ่านหนังสือจึงดีใจที่ละครเรื่องบุพเพสันนิวาสทำให้คนส่วนใหญ่หันมาอ่านหนังสือมากขึ้น
หนังสือประวัติศาสตร์ของไทยเริ่มกลับมาเป็นที่สนใจเพิ่มมากขึ้น
ทั้งนี้ยังพบว่า นอกจาก หนังสือจินดามณี ที่ขายดีจนหมดภายในเวลาอันรวดเร็ว ยังพบว่าหนังสือประวัติศาสตร์ แห่งพระราชอาณาจักรสยาม และ ประวัติศาสตร์ไทยสมัยกรุงศรีอยุธยา ฉบับตุรแปง และ หนังสือรวมเรื่องแปลหนังสือและเอกสารทางประวัติศาสตร์ ชุดที่ 1-4 ก็ยังกลับมาขายดี รวมถึงสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน ในพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่รวบรวมความรู้ในแขนงต่างๆในผืนแผ่นดินไทย ให้เยาวชนได้ศึกษา ทำให้เชื่อว่าคนไทยเริ่มที่จะกลับมาสนใจในประวัติศาสตร์บ้านเมืองในสมัยเก่าแก่กันมากขึ้น หลังการเข้ามาดังเป็นพลุแตกของละครดังบุพเพสันนิวาส จากนวนิยายชื่อดังของรอมแพง
อาจารย์บุญเตือน ศรีวรพจน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านอักษรศาสตร์ กรมศิลปากร ผู้เรียบเรียงหนังสือจินดามณี ฉบับรวมเล่ม จินดามณี เล่ม 1 และ จินดามณี ฉบับใหม่ บริบูรณ์ กล่าวถึงจุดกำเนิดของหนังสือจินดามณีว่า ตำราเรียนแบบโบราณส่วนใหญ่จะถูกเรียกว่าจินดามณีทั้งหมด ซึ่งมีทั้งรูปแบบสมุดไทยและสมุดฝรั่ง (หนังสือแบบมีสันมีปกแบบปัจจุบัน) ส่วนหนังสือจินดามณีฉบับสำคัญๆ จะมีทั้งหมด 3 ฉบับ คือ หนังสือจินดามณีฉบับพระโหราธิบดี ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จินดามณีพระราชนิพนธ์ในพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ และ จินดามณี ฉบับหมอบรัดเล ที่มีเนื้อหาแบบเดิม แต่เพิ่มเติมในเรื่องของ ประถม ก.กา แจกลูก จินดามณี ประถมมาลา และ ปทานุกรม ของพระศรีสุนทรโวหาร
รูปแบบของงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติและความคาดหวังของผู้จัดงาน
คุณสุชาดา สหัสกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย กล่าวถึงรูปแบบการจัดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งที่ 46 ในครั้งนี้ว่า มาในรูปแบบ “อ่าน...อีกครั้ง” เพราะตนรู้สึกว่าโลกของเราทุกวันนี้กำลังถูกคุกคามด้วย ดิจิทัล ดิสรัปชั่น หรือ สภาวะการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากเทคโนโลยีดิจิทัล ทำให้เกิดรูปแบบธุรกิจขึ้นมาใหม่มากมาย จึงคิดว่าหากเรามานั่งอ่านหนังสือและทำสตินิ่งๆ จะสามารถหาทางออกได้ จึงเชิญชวนกันมาอ่านหนังสืออีกครั้งหนึ่ง
นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์กล่าวต่อว่า สำหรับสิ่งที่น่าสนใจในงานสัปดาห์หนังสือฯ หลักๆจะมีนิทรรศการอ่านอีกครั้ง ที่จะพูดถึงประวัติความเป็นมาของการอ่าน มีแท่นพิมพ์โบราณ หนังสือจินดามณีฉบับเก่าแก่ หนังสือจินดามณีสมัยกรุงศรีอยุธยาฉบับจำลองเสมือนจริง และ 10 หนังสือที่อ่านเปลี่ยนโลก ทั้งนี้ตนยังมีความเชื่อมั่นว่า หนังสือจะไม่มีวันตาย แต่อาจจะเปลี่ยนรูปแบบไปบ้าง ซึ่งในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติครั้งนี้ ยังมีการเปิดตัวนิตยสารออนไลน์ “อ่านเอา” อีกด้วย โดยเป็นการรวมตัวกันของนักเขียนชื่อดังมากมาย ภายใต้ความเชื่อที่ว่าการอ่านยังไม่ตายและเป็นการลุกขึ้นเพื่อสู้อีกครั้ง หลังในปีที่ผ่านๆมาเหล่าบรรดานิตยสารทยอยกันปิดตัวลงอย่างมากมาย
สุดท้าย คุณสุชาดา ยังกล่าวถึงสาเหตุที่คนไทยเริ่มกลับมาสนใจในหนังสือที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะหนังสือจินดามณีว่า เป็นเพราะพฤติกรรมการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในปัจจุบัน ที่มีอิทธิพลต่อความอยากรู้ของคนและไม่อยากตกข่าว ทำให้อยากรู้ว่าหนังสือจินดามณีเป็นหนังสือที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไรและมีหน้าตาเป็นยังไง ทั้งนี้นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ ยังกล่างทิ้งท้ายถึงความคาดหวังของคนที่จะมาเข้าร่วมในสัปดาห์หนังสือแห่งชาตินี้ว่า จะมีผู้สนใจเข้าร่วมงานสัปดาห์หนังสือในครั้งนี้ 2,000,000 คนหรือเทียบเท่ากับงานสัปดาห์หนังสือครั้งที่แล้ว