วันนี้ (4 เม.ย.61) การเดินเท้าครั้งนี้ แม้จะมีผู้ร่วมเดินหลักเพียง ไม่กี่คน แต่ระยะทางในการเดินรวมแล้วเกือบ 700 กิโลเมตร ชาวเชียงใหม่ที่เป็นคนจัดกิจกรรมนี้ยืนยันว่า ที่เลือกการเดินเท้าเข้ากรุงเทพฯ เพราะต้องการสื่อถึงความตั้งใจที่อยากให้นายกรัฐมนตรี สั่งการรื้อถอนบ้านพักตุลาการศาลอุทธรณ์ ภาค 5 ทั้ง 48 หลัง ออกจากพื้นที่เชิงดอยสุเทพ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กิจกรรมเดินเท้าไปกรุงเทพฯ แม้ว่าจะมีผู้ร่วมกิจกรรมไม่กี่คน แต่พวกเขากำหนดว่าจะเดินวันละ 50 กิโลเมตร เพื่อนำหนังสือเรียกร้องขอให้รื้อถอนบ้านพักตุลาการศาลอุทธรณ์ ภาค 5 ที่กำลังก่อสร้างอยู่ที่เชิงดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่
สำหรับการเดินครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นที่พระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์ ตั้งแต่เช้ามืดที่ผ่านมา โดยมีชาวเชียงใหม่จำนวนหนึ่งเดินทางมาส่ง และร่วมผูกข้อมือเพื่ออวยพรให้ทั้งผู้จัดกิจจกรรมสามารถทำกิจกรรมครั้งนี้ได้สำเร็จ
หนึ่งในผู้จัดกิจกรรม ระบุว่า การเลือกกิจกรรมเดินเท้าเข้ากรุงเทพฯ เพราะต้องการแสดงให้เห็นว่าชาวเชียงใหม่ตั้งใจอยากให้นายกรัฐมนตรีแก้ไขปัญหาเรื่องการสร้างบ้านพักตุลาการศาลอุทธรณ์ ภาค5 และหวังว่าจะได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง ตามข้อเสนอที่กลุ่มขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพเรียกร้อง คือให้รื้อถอนบ้านพักทั้ง 48 หลังออกจากเชิงดอยสุเทพ
สอดคล้องกับ นายชัชวาลย์ เลิศทองดี ตัวแทนภาคประชาสังคม หนึ่งในเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ซึ่งยืนยันว่าการเรียกร้องให้รื้อถอนบ้านพัก และยุติโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ แต่เพราะไม่ได้รับความสนใจทำให้ ขณะนี้โครงการก่อสร้างไปกว่า 95% และน่าจะแล้วเสร็จภายใน 2 เดือนนี้ เบื้องต้นทางกลุ่มเครือข่ายวางแนวทางว่า การเรียกร้องของชาวเชียงใหม่จะดำเนินต่อไป ควบคู่กับการรณรงค์ให้ชาวเชียงใหม่ตื่นตัว
สำหรับการจัดกิจกรรมภายใต้ข้อเรียกร้องรื้อถอนบ้านพัก ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ยังดำเนินต่อไป และดูเหมือนจะมีอีกหลายกิจกรรมเตรียมจะเกิดขึ้นในช่วงนี้ เช่น บ่ายวันนี้จะมีงานเสวนาเรื่องนี้ในเชิงกฎหมาย ส่วนวันอาทิตย์ที่8เมษายน จะมีการบวชป่ารอบจุดก่อสร้างบ้านพักตุลาการศาลอุทธรณ์ ทั้ง48หลัง
การเดินเท้าครั้งนี้ ผู้ร่วมเดินตั้งเป้าหมายว่าจะเดินไปถึงทำเนียบรัฐบาลก่อนวันที่ 20เมษายน โดยจะแบ่งเดินวันละประมาณ 50 กิโลเมตร และแม้ว่าในระหว่างนี้หากมีการเจรจาพูดคุยของฝ่ายที่เกี่ยวข้อง กลุ่มนี้ก็จะไม่ยุติการเดิน แต่จะปรับเปลี่ยนเป้าหมายการเดินให้สอดคล้องกับสถานการณ์