เลขาฯศาลยุติธรรม เผยรื้อบ้านพักตุลาการศาลเป็นเรื่องยาก ยันไม่ได้บุกรุกป่า


โดย PPTV Online

เผยแพร่




กรณีเสนอให้รื้อถอนบ้านพักตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 ยังคงเป็นเรื่องที่ถูกถกเถียงกันต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มเครือข่ายขอทวงคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ซึ่งเหตุผลสำคัญเพราะว่าดอยสุเทพเป็นพื้นที่ ที่ชาวเชียงใหม่เคารพนับถือ จึงทำให้กังวลว่าหากปล่อยให้บ้านพักดังกล่าวตั้งอยู่ในจุดเดิม อาจเป็นบรรทัดฐานให้เกิดโครงการก่อสร้างอื่นๆขึ้นในอนาคต ล่าสุดเลขาธิการศาลยุติธรรม ได้ชี้แจงว่าไม่ได้มีการบุกรุกที่ป่าและเป็นบ้านพักข้าราชการ ไม่ได้บ้านพักส่วนตัวของใคร และมีการดำเนินการตามกฎหมาย

วันนี้ (5 เม.ย.61) นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ชี้แจงกรณีสร้างบ้านพักตุลาการศาล เชิงดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่  ว่า บ้านพักที่จังหวัดเชียงใหม่นั้นเป็นบ้านพักของทางราชการ ไม่ใช่บ้านพักส่วนตัวของใคร เป็นทรัพย์สินที่ใช้งบประมาณแผ่นดิน ขั้นตอนในการดำเนินการมีการดำเนินการตามกฎหมาย ไม่ได้มีการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ ขั้นตอนการขออนุญาตมีการขออนุญาตก่อนปี พ.ศ.2543 เมื่อก่อนศาลอยู่กับกระทรวงยุติธรรม ตอนนั้นมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้ดูแลในงานธุรการในการสร้าง ศาล สร้างที่พักให้กับบุคคลากรในกระทรวงยุติธรรม ต่อมาวันที่ 20 ส.ค.2543 ศาลได้แยกจากกระทรวงยุติธรรม และมีการจัดตั้งสำนักงานศาลยุติธรรม มีหน้าที่เป็นผู้ดูแลด้านธุรการทุกอย่าง มีการขออนุญาตใช้ที่ดินจากกรมธนารักษ์ และได้รับความเห็นชอบจากส่วนราชการทั้งหมด จากนั้นได้มีการเปิดประมูล ได้มีเอกชนเข้ามาเป็นคู่สัญญาทั้งหมด 3 สัญญา  โดยสัญญาที่ 1 คือ การก่อสร้างอาคารที่ทำการศาลภูธรภาค 5 ก็ได้ดำเนินการเสร็จแล้ว ส่วนสัญญาที่2 และที่ 3 เป็นส่วนของอาคารชุดและอาคารที่พักของข้าราชการในจังหวัดเชียงใหม่ที่ทำงานให้กับศาลยุติธรรม สัญญาที่2 มีมูลค่าสัญญา 321 ล้าน จะเสร็จสิ้นภายในวันที่ 9 มิ.ย.61 และสัญญาที่ 3 มีมูลค่าสัญญา 342 ล้าน จะเสร็จสิ้นภายในวันที่ 18 มิ.ย.61

สำหรับโครงการนี้ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า มีการขอนุญาตใช้พื้นที่ทั้งหมด 147 ไร่ แต่ใช้พื้นที่ดำเนินการไปเพียง 89 ไร่ โดยที่จริงแล้วเราได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่สูงขึ้นไปอีกจากพื้นที่ที่ปรากฎในภาพถ่าย แต่เราก็ไม่ได้ใช้ แต่ใช้ไปเพียง 89 ไร่ ในส่วนของการดำเนินการเราไม่ได้ตัดต้นไม้ ทำลายป่า และมีการขุดย้ายต้นไม้ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.03 เมตรขึ้นไป มีต้นประดู่ 29 ต้น ต้นพลวง 86 ต้น ต้นสัก 4 ต้น  ต้นกระบาก 77 ต้น และไม้เนื้ออ่อนอีก 44 ต้น ต้นไม้เหล่านี้ได้มีการขุดล้อมและย้ายไปปลูกในพื้นที่ทั้งหมด


“แผนระยะสั้นไม่มีการตัดต้นไม้ใดๆทั้งสิ้น ไม่มีการปรับพื้นที่ก่อสร้างเพิ่มเติมจะมีการรักษาพื้นที่ให้สมบูรณ์ และได้มีการกันพื้นที่ป่าที่ไม่ได้ดำเนินการทั้งหมด 58 ไร่  ส่วนแผนระยะกลาง ก็จะมีการปลูกต้นไม้ตามสัญญาประเภทพวกไม้ยืนต้น ทั้งต้นพะยูง 60 ต้น ต้นแคนาป่า 94 ต้น ต้นลีลาวดี  299 ต้น และไม้พุ่มประเภทต่างๆอีก 6,400 ต้น จะเริ่มลงมือในวันที่ 21 เม.ย.61 ส่วนแผนระยะยาวมีการปลูกป่าตามแบ่งเป็นการปลูกรายปี และจากพื้นที่จะเห็นว่า พระตำหนักจะอยู่ด้านบน พระธาตุดอยสุเทพด้านพัก บ้านพักจะอยู่บริเวณแนวขอบด้านขวาสุด มีการใช้พื้นที่ของสนามกีฬา 700 ปีด้วย ส่วนงานต่างๆก็ใช้ตามแนวขอบพื้นที่ด้านขวาทั้งหมด”

ส่วนเรื่องของอนาคตนั้น เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ระบุว่า เรื่องเหล่านี้ตนไม่ได้ปฏิเสธความรับผิดชอบ แม้ว่าเรื่องเหล่านี้จะดำเนินการก่อนที่ตนรับตำแหน่ง หลังจากนี้ในวันที่ 9 เม.ย.นี้ คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมจะมีการประชุมก็จะมีการนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณา ว่าคณะกรรมการฯจะมีมติให้สำนักงานศาลฯ ทำอย่างไร และจะแจ้งไปที่นายกรัฐมนตรี เพื่อให้พิจารณาในการแก้ไขปัญหา ขณะที่ตอนนี้นายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรียังไม่มีหนังสือมาถึงสำนักงานศาลยุติธรรมแต่อย่างใด ตอนนี้ก็มีหน้าที่ปฏิบัติตามสัญญาที่มีอยู่ หากคณะกรรมการมีมติก็พร้อมรับฟัง  ยืนยันว่าสำนักงานศาลยุติธรรมพร้อมจะพูดคุยกับฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย แต่หากจะให้รื้อสิ่งปลูกสร้างอาจเป็นไปได้ยาก เพราะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม ส่วนแนวทางการพูดคุยจะเป็นในรูปแบบใด คาดว่าจะได้ข้อสรุปในวันจันทร์นี้ หลังการประชุมของคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม

 

“ผมก็เรียนตั้งแต่ต้นว่าผมไม่สามารถที่จะบริหารงานให้ถูกใจทุกคนได้ แต่ว่าผมก็ต้องยึดหลักสิ่งที่ผมทำ อยู่ๆจะให้ผมไปทำลายทรัพย์สินของส่วนรวมไม่ได้ถ้าไม่มีคำสั่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย” เลขาธิการสำนักงานศาล ยุติธรรม ทิ้งท้าย

PR-โปรแกรมผลบอล-2_B PR-โปรแกรมผลบอล-2_B
TOP ประเด็นร้อน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ