เมื่อวานนี้ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร สั่งการให้ทหารของกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ ลงไปประจำการเพื่อคุมเข้มความปลอดภัยตามแนวชายแดนทางตอนใต้ ซึ่งติดกับประเทศเม็กซิโก ทรัมป์ให้เหตุผลว่า สถานการณ์ในพื้นที่อยู่ในภาวะวิกฤติ เนื่องจากมีกองคาราวานผู้อพยพผิดกฎหมายจากอเมริกากลาง กำลังมุ่งหน้าผ่านเม็กซิโกเพื่อเข้าไปในสหรัฐฯ จึงจำเป็นต้องอาศัยกำลังเสริมคอยคุ้มกันไปจนกว่าจะมีกำแพงกั้นพรมแดนถาวร โดยจะมอบหมายให้กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ และกระทรวงกลาโหม (เพนตากอน) ประสานงานกับผู้ว่าการรัฐต่างๆที่มีอาณาเขตติดกับเม็กซิโก เพื่อหาแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับเรื่องนี้ภายใน 30 วันด้วย
มาตรการดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับรัฐบาลเม็กซิโก ซึ่งออกมาแถลงประณามอย่างหนัก และเตือนว่านี่อาจจะยิ่งบ่อนทำลายความสัมพันธ์ของสหรัฐฯและเม็กซิโก โดยประธานาธิบดีเอนริเก เปญญา นิเอโต ของเม็กซิโก ออกมาเปิดเผยว่า ได้ส่งหนังสือถึงรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อขอคำชี้แจงในเรื่องนี้แล้ว แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับคำตอบใดๆ ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เพิ่งจะออกมาขู่ว่าจะยกเลิกข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (นาฟตา) ที่มีเม็กซิโกร่วมด้วย หากยังไม่มีการดำเนินมาตรการใดๆ เพื่อหยุดยั้งคาราวานผู้อพยพเหล่านี้
ทั้งนี้ ทรัมป์ไม่ใช่ผู้นำสหรัฐฯคนแรกที่สั่งประจำการกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิตามแนวชายแดนสหรัฐฯ-เม็กซิโก โดยก่อนหน้านี้ ในปี 2010 อดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ก็เคยสั่งประจำการกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ 1,200 นาย เพื่อแก้ปัญหาการลักลอบขนยาเสพติดข้ามพรมแดนและการอพยพเข้าเมืองผิดกฎหมาย เช่นเดียวกับอดีตประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู. บุช