ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ รับแจ้งเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนรถยนต์จำนวนหลายคันและพยายามหลบหนี จนขับชนเสาไฟฟ้าขาด ภายในซอยรัตนาธิเบศร์ 3 จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจและชุดสืบสวน เข้าตรวจสอบ เมื่อไปถึงพบรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้าอัลติส สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน 4กถ 9247 กทม. ด้านหน้าชนอัดกับเสาไฟฟ้า จนเสาขาดเป็นสองท่อน ทราบชื่อผู้ขับขี่คือ นายธนาคาร อายุ 51 ปี อยู่ในสภาพพูดจาไม่รู้เรื่องและเดินโซเซ มีผู้เสียหายที่ถูกรถของนายธนาคารชน ขับรถตามมายังที่เกิดเหตุอีก 4 คน
จากการสอบสวนผู้เสียหายทราบว่า รถยนต์คันดังกล่าวได้ขับมาจากบางแค เมื่อมาถึงถนนกาญจนาภิเษก ใกล้กับสมาคมชาวปักษ์ใต้ ได้ชับชนท้ายรถคันที่ 1 จนท้ายยุบ และได้ขับหลบหนีมาตามถนนกาญจนาภิเษก จนถึงช่วงสะพานต่างระดับบางคูเวียง ได้ขับชนกับรถยนต์คันที่ 2 จนท้ายรถยุบ ไฟท้ายแตก ผู้เสียหายได้เรียกให้รถของผู้ต้องหาหยุด แต่คนขับกลับขับหนีมาตามถนนรัตนาธิเบศร์ จนเฉี่ยวชนกับรถยนต์คันที่ 3 และ 4 บริเวณเชิงสะพานพระนั่งเกล้า และได้ขับหลบหนีขึ้นไปทางสะพานพระนั่งเกล้ามุ่งหน้าแยกแครายและเฉี่ยวชนกับรถมอเตอร์ไซค์อีก 2 คัน ก่อนกลับรถที่บริเวณแยกแครายผ่านหน้า สภ.รัตนาธิเบศร์ ก็ชนกับรถยนต์คันที่ 5 จนด้านข้างยุบตลอดคัน และได้ขับรถหลบหนีเข้าซอยรัตนาธิเบศร์ 3 ไปชนกับรถยนต์คันที่ 6 ที่ขับสวนทางมาจนสภาพประตูด้านขวายุบทั้งสองบาน ก่อนที่รถจะเสียหลักชนเสาไฟฟ้าจนเสาไฟฟ้าขาดสองท่อน ไฟฟ้าบ้านเรือนประชาชนดับจำนวน 2 หลัง ทำให้รถของผู้ต้องหาไปต่อไม่ได้ และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับในที่สุด
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวคนขับรถ เข้าสอบปากคำ แต่ไม่สามารถสอบปากคำได้เนื่องจากมีอาการมึนเมา จึงได้ให้เป่าวัดปริมาณแอลกอฮอล์ แต่ไม่สามารถวัดได้เนื่องจากผู้ต้องหาเป่าไม่ได้ สำหรับเสาไฟฟ้าที่ขาดเสียหาย นายกิตติพันธ์ สันหนองเมือง ช่างเทคนิคสายอากาศ 5 การไฟฟ้านครหลวง เขตนนทบุรี ได้เดินทางเข้าแจ้งความและประเมินค่าเสียหายประมาณ 20,000 บาทพร้อมทั้งส่งเจ้าหน้าที่เข้าซ่อมแซมเสาไฟฟ้าที่ขาดทันที จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ขับรถในขณะเมาสุราและขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย