วันนี้ (9 เม.ย.61) ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีมณฑลทหารบกที่ 33 นัดหมายภาคประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องมาหารือประเด็นการก่อสร้างบ้านพักตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 ซึ่งคงต้องรอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ หารือร่วมกับตัวแทนผู้คัดค้าน และคงต้องรอฟังผลการพูดคุยก่อน อย่าเพิ่งไปรีบร้อนถึงข้อสรุปเพราะต้องฟังเสียงประชาชนในพื้นที่ด้วย
ส่วนกรณีที่มีเครือขายภาคประชาชนออกมาคัดค้าน คสช.ใช้มาตรา 44 อุ้มบริษัทค่ายมือถือนั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวยืนยันว่า คสช.ยังไม่ได้พิจารณาใช้มาตรการดังกล่าวแต่อย่างใด เพราะตอนนี้ต้องช่วยทีวีดิจิตัลก่อน ส่วนเรื่องค่ายมือนั้น เอาไว้ทีหลัง
องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันเตือนรัฐอย่าเอาประโยชน์ส่วนรวมอุ้ม 2 บริษัทมือถือ
องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) ได้ออกแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊ก “องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น” เมื่อช่วงเวลา 9.50 วันนี้ (9 เม.ย.61) ขอให้รัฐบาลคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติในการช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจมือถือ และขอให้แยกการช่วยเหลือผู้ประกอบการในธุรกิจทีวีดิจิทัลออกมาจากกัน เพราะมีเงื่อนไขทางธุรกิจและเทคโนโลยีที่แตกต่างกัน
ทั้งนี้เห็นว่าเอกชนผู้ประกอบการธุรกิจมือถือ 2 รายดังกล่าว ประมูลไปได้โดยสมัครใจ ตามกระบวนการที่มีเงื่อนไขชัดเจนและเปิดเผย แต่รัฐบาลจะช่วยยืดเวลาชำระเงินที่ยังค้างจ่ายให้รัฐไปเป็นการผ่อนชำระนาน 5 ปี ด้วยอัตราดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 1.5 ต่อปี ซึ่งต่ำมากเมื่อเทียบกับการที่ประชาชนต้องจ่ายเพื่อกู้เงินซื้อบ้าน ซื้อรถยนต์หรือประกอบธุรกิจการค้า ซึ่งมองว่ารัฐบาลไม่มีเหตุจำเป็นใดเลยที่รัฐบาลต้องยอมเอาประโยชน์ของคนไทยไปช่วยบริษัทมือถือทั้ง 2 รายดังกล่าว
นอกจากนี้ การใช้อำนาจพิเศษมาตรา 44 ควรใช้เพื่อประโยชน์ส่วนรวมที่แท้จริง มิเช่นนั้นจะเป็นการทำลายหลักนิติรัฐและทำลายความน่าเชื่อถือของประเทศในระยะยาวโดยขอให้ใช้กลไกทางสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ตรวจสอบอย่างเปิดเผยรอบด้าน รวมทั้งขอให้บุคคลใน ครม. และ คสช. ต้องร่วมกันรับผิดหากเกิดการฟ้องร้องเอาผิดทางกฎหมายในอนาคต