วันนี้ ( 10 เม.ย.61) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังจาก หลังนำผลการพูดคุยระหว่างตัวแทนชาวบ้านที้คัดค้าน การก่อสร้างอาคารสำนักงานศาลอุทธรณ์ภาค 5 และบ้านพักตุลาการ เชิงดอยสุเทพ รวมถึงคำชี้แจงของศาลยุติธรรม เข้าหารือในที่ประชุม คณะรัฐมนตรี ในวันนี้ เบื้องต้นพื้นที่อาคารสำนักงาน สามารถตกลงกันได้ แต่ยังมีปัญหาพื้นที่บ้านพัก ที่ใช้งบประมาณรัฐดำเนินการ จนใกล้เสร็จ หากรื้อทิ้งก็เสียดาย และอาจเสี่ยงถูกผู้รับเหมาฟ้องร้องดำเนินคดี จึงสั่งให้หาแนวทางเปิดพื้นที่ให้ประชาชน เข้าใช้ประโยชน์อื่น เช่น เป็นสถานที่จัดอบรม เพราะเชื่อว่าศาลคงเข้าใช้ประโยชน์ไม่ได้ เพราะประชาชนคัดค้าน
“ที่พักมีการอนุมัติงบประมาณไปแล้ว ก่อสร้างใกล้เสร็จแล้ว มีสัญญาระหว่างรัฐกับผู้รับเหมา จึงมีโอกาสฟ้องร้องสูง จึงอยู่ระหว่างคิดหาแนวทางแก้ไขปัญหา จะทุบทิ้งเป็นเรื่องง่าย แต่งบประมาณ ไม่ใช่ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ ต้องมีคนรับผิดชอบ จึงอาจเอาพื้นที่ไปใช้ประโยชน์อื่นร่วมกับประชาชนแทน”
พล.อ.ประยุทธ์ ยังสั่งให้ คสช. ติดตามการแก้ปัญหาเรื่องนี้ และให้กระทรวงมหาดไทยเร่งทำความเข้าใจกับชาวบ้าน พร้อมขอร้องอย่าเคลื่อนไหวกดดัน และรัฐบาลพร้อมแก้ไขให้เป็นไปตามกฎหมายและตรงความต้องการของประชาชน ตลอดการชี้แจง พล.อ.ประยุทธ์ อธิบายว่า โครงการนี้ อนุมัติโดยรัฐบาลชุดก่อน ส่วนจะผิดถูกอย่างไร ให้สืบสวนกันมาตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมขออย่านำเรื่องนี้ ไปเปรียบเทียบกับมาตรการไล่รื้อรีสอร์ตผิดกฎหมายของ คสช.
ด้าน พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก และเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เปิดเผยว่า ไม่ต้องการให้เกิดปัญหากับทั้ง 2 ฝ่าย และมีแนวคิดจะปรับปรุงบ้านพักที่มีปัญหาให้เป็นศูนย์เรียนรู้แทน เพราะการทุบทิ้งเป็นสิ่งที่ง่าย แต่จะมีผลกระทบตามมา
ผู้บัญชาการทหารบกเปิดเผยว่า การก่อสร้างต้องไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ และข้อสรุปอยู่ระหว่างให้คณะกรรมการไปตรวจสอบว่ามีจุดใดพอจะรื้อถอนหรือปรับปรุงได้ โดยจะรายงานผลมาวันที่ 19 เมษายนนี้ และเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดอาจปรับเป็นศูนย์เรียนรู้แทน แต่ต้องได้รับฟังความเห็นจากประชาชนในพื้นที่ร่วมด้วย พร้อมวางกรอบว่าเรื่องต้องจบใน 1-2 เดือน และไม่อยากให้อารมณ์กับปัญหานี้ รวมทั้งยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้คำสั่งหัวหน้า คสช.ตามมาตรา 44 เพื่อแก้ปัญหา