“อุ้มหายนักต่อสู้เรื่องที่ดิน” สนง.ข้าหลวงใหญ่ฯ ขอให้ยุติ-ชะลอคำสั่ง “คสช.”

โดย PPTV Online

เผยแพร่

วานนี้ (11 มี.ค.58) สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ออกแถลงการณ์ขอให้รัฐบาลยุติหรือชะลอคำสั่งคสช.เกี่ยวกับการจัดการที่ดิน 2 ฉบับ คือคำสั่งที่ 64/2557 และ66/2557 ชี้มีผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนหลายประการ ไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืน


โดยแถลงการณ์สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีรายละเอียด ดังนี้


สำนักข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติแสดงความกังวลต่อสถานการณ์สิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับที่ดินในประเทศไทย


กรุงเทพมหานคร (11 มี.ค.2558) สำนักข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีความกังวลที่สิทธิของชุมชนยากจนในการเข้าถึงที่ดินและวิถีการดำรงชีวิตไม่ได้รับการคุ้มครองและเรียกร้องให้รัฐบาลไทยปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนในการดำเนินนโยบายเกี่ยวกับที่ดิน สำนักข้าหลวงใหญ่ฯ มีความกังวลอย่างยิ่งต่อความพยายามของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในการผลักดันเพื่อหาทางออกอย่างรีบเร่งต่อประเด็นปัญหาที่ดินจนนำไปสู่การละเมิดมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ รวมถึงความล้มเหลวของรัฐในการประกันว่าชุมชนจะมีสิทธิในการยินยอมที่มีการบอกแจ้ง เข้าใจล่วงหน้า และเป็นอิสระ (free, prior and informed consent) ความรุนแรง การถูกข่มขู่ และคุกคามต่อบุคคลที่พยายามปกป้องสิทธิชุมชนและหลายๆ ครั้งปกป้องชุมชนจากการถูกบังคับไล่รื้อ รัฐบาลไทยมีความรับผิดชอบภายใต้กฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศในการคุ้มครอง สิทธิของชุมชนท้องถิ่นเมื่อรัฐพยายามจะจำกัดสิทธิการเข้าถึงที่ดินของชุมชน


สำนักข้าหลวงใหญ่ฯมีความกังวลอย่างมากต่อการสังหารนักต่อสู้เพื่อสิทธิที่ดินสี่คนและการอุ้มหายนักต่อสู้ เพื่อสิทธิที่ดินอีกหนึ่งคนในระยะเวลาสิบเดือนที่ผ่านมา รวมถึงกรณีการสังหารนายใช่ บุญทองเล็กเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ที่จังหวัดสุราษฏร์ธานี สำนักข้าหลวงใหญ่ฯเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐเพิ่มมาตรการที่จะรับรองความปลอดภัยให้กับนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนในประเทศและโดยเฉพาะกับนักต่อสู้เพื่อสิทธิที่ดินเนื่องจากพวกเขามีความเสี่ยงมากที่สุด ประเทศไทยมีพันธกรณีในการสืบสวนสอบสวนอย่างทันท่วงทีและนำบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการสังหาร การอุ้มหาย และความรุนแรงหรือภัยคุกคามอื่นๆ ต่อนักต่อสู้เพื่อสิทธิที่ดินสู่กระบวนการยุติธรรมในทันที


การลิดรอนเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมรวมถึงการคำสั่งห้ามไม่ให้มีการชุมนุมทางการเมืองที่มีจำนวนมากกว่า 5 คน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2557 ส่งผลกระทบเพิ่มเติมต่อสิทธิของชุมชนและนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนในการมีส่วนร่วมในกิจการสาธารณะ นโยบายนี้ได้จำกัดไม่ให้ชุมชนพูดคุยเกี่ยวกับสถานการณ์ของเขาและทำให้พวกเขามีความเสี่ยงมากขึ้น ภายใต้นโยบายนี้เจ้าหน้าที่รัฐได้ยกเลิกกิจกรรมและเวทีสัมมนาที่เกี่ยวข้องกับประเด็นที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติหลายครั้ง ในขณะเดียวกันสำนักข้าหลวงใหญ่ฯ มีความกังวลว่าการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตามนโยบายที่ดินครั้งล่าสุดได้นำไปสู่การดำเนินคดีต่อเกษตรกรและชาวบ้านที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้บุกรุกที่ดิน


การปฏิบัติตามคำสั่ง คสช. ที่ 64/2557 และ 66/2557 นำไปสู่การตัดฟันทำลายพืชผลของชาวบ้านในพื้นที่ที่มีข้อพิพาท โดยในบางชุมชนซึ่งรวมถึงหมู่บ้านหกแห่งในจังหวัดบุรีรัมย์ได้ตกเป็นเหยื่อของการบังคับไล่รื้อโดยที่พวกเขาไม่มีที่ดินทางเลือกอื่นรองรับ การดำเนินการเหล่านี้มีผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนหลายประการ รวมถึงสิทธิในที่อยู่อาศัยและสิทธิการเข้าถึงมาตรฐานการดำรงชีวิตอย่างเพียงพอ และดูเหมือนว่าการดำเนินการเช่นนี้ไม่ได้เป็นทางออกที่ยั่งยืนในการแก้ไขปัญหา


สำนักข้าหลวงใหญ่ฯเสนอให้รัฐบาลไทยยุติหรือชะลอการปฏิบัติการตามคำสั่งที่ 64/2557 และ 66/2557 รวมถึงชะลอการปฏิบัติงานตาม "แผนแม่บทแก้ไขปัญหาการทำลายทรัพยากรป่าไม้ การบุกรุกที่ดินของรัฐ และการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน" จนกว่าจะมีการปรึกษาหารืออย่างมีประสิทธิภาพกับชุมชน ที่ได้รับผลกระทบและภาคประชาสังคม คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ให้ข้อเสนอแนะดังกล่าวต่อรัฐบาลไทยเช่นกัน นอกจากนี้สำนักข้าหลวงใหญ่ฯ เสนอให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ คงข้อบัญญัติตามมาตรา 57,58, 66 และ 67 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 ซึ่งให้การคุ้มครองสิทธิชุมชนที่สำคัญหลายประการ เช่น สิทธิที่จะมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจ ที่มีผลกระทบต่อชุมชน


สุดท้ายนี้ สำนักข้าหลวงใหญ่ฯ เรียกร้องให้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เสริมสร้างความเข้มแข็งให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการจัดการประเด็นที่เกี่ยวข้องกับที่ดินตามแนวทางสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระบวนการสรรหาคณะกรรมการสิทธิฯ ต้องรับประกันว่าผู้ถึงคัดเลือกจะความเป็นอิสระ ความเป็นกลาง และต้องมีความเชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นที่ประจักษ์


ต้นเดือนมิถุนายนปีนี้ ประเทศไทยจะเข้ารับการประเมินการปฏิบัติตามพันธกรณีของกติการะหว่างประเทศ ว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สิทธิมนุษยชนหลายประการที่ได้รับการรับรองภายใต้กติกาฯ ดังกล่าว เช่น สิทธิในอาหาร สิทธิการมีอาศัยที่เพียงพอ สิทธิที่จะกำหนดชะตาตนเองต่างได้รับผลกระทบ จากนโยบายด้านที่ดินและการปฏิบัติงานของรัฐในปัจจุบัน ประเด็นเหล่านี้มีแนวโน้มว่าจะถูกหยิบยกขึ้นมา พูดคุยในระหว่างการประเมิน


ภาพ: เฟซบุ๊ก P-move

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ