“อดีตคนส่งเฟอร์นิเจอร์” ตกเป็นแพะเดินหน้าสู้ต่อ ลั่นถ้าไม่มี “ความยุติธรรม” ยอมติดคุก

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กรณีที่นายอานนท์ หล่าจันทึก อดีตพนักงานจัดส่งและประกอบเฟอร์นิเจอร์ ตกเป็นผู้ต้องหาคดีบุกรุกและลักทรัพย์เวลากลางคืนเพราะมีรอยนิ้วมือติดอยู่บนตู้ ในบ้านผู้เสียหาย ถูกคุมขังในเรือนจำพิเศษธนบุรี นาน 2 เดือน และถูกปล่อยตัว โดยนายอานนท์ยืนยันว่า รอยนิ้วมือเกิดจากการเข้าไปประกอบเฟอร์นิเจอร์ ตอนนี้อดีตพนักงานส่งเฟอร์นิเจอร์จึงต้องหาพยานหลักฐานเพื่อยืนยันตัวเอง

“เกิดผล แก้วเกิด” ทนายความอิสระ เปิดเผยในรายการเป็นเรื่องเป็นข่าวว่า เชื่อในความบริสุทธ์ของนายอานนท์ แต่ตัวนายอานนท์เป็นผู้ที่รู้ดีที่สุด จุดที่เห็นตอนนี้คือพยานหลักฐานของตำรวจนั้นยังไม่มีพยานหลักฐานอื่นนอกจากลายนิ้วมือ ไม่มีประจักษ์พยานในการรู้เห็นว่ามีใครมาขโมยเมื่อไหร่ ตัวนายอานนท์ก็ไม่ได้ปฏิเสธถึงแหล่งที่มาของลายนิ้วมือ แต่ตอนนี้เขาได้แสดงความบริสุทธิ์ใจ อ้างอิงพยานหลักฐานและให้หัวหน้างานไปให้ปากคำว่า ยืนยันไปตามข้อเท็จจริงที่ปรากฎเดือนกรกฎาคม ปี 2558 ได้เข้าไปติดตั้งเฟอร์นิเจอร์จึงไม่แปลกใจว่ามีมีลายนิ้วมือ แต่วันเวลาที่เกิดเหตุนายอานนท์ไม่ได้เข้าไปที่บ้านหลังนั้น นี่คือสิ่งที่ต้องพิสูจน์ว่านอกจากนี้พยานหลักฐานของตำรวจที่เขาอ้างมีอะไรบ้าง ตอนนี้ต้องหาพยานหลักฐานมาให้ได้ว่าอยู่ที่ไหนในวันเวลาดังกล่าว และเรื่องการเก็บลายนิ้วมือว่ามีการเก็บครบถ้วนหรือไม่ เท่าที่ได้ข้อมูลมีร่องรอยการงัดแงะ และมีร่องรอยลายนิ้วมือลายมือแต่ตรวจพิสูจน์ไม่ได้ แต่มีคนที่ถูกจับแค่คนเดียวคือนายอานนท์

“สิ่งที่สงสัยคือทำไมตำรวจปิดสำนวนได้รวดเร็ว ทั้งที่เขาปฏิเสธและอาจจะมีรอยนิ้วมืออื่นด้วยหรือเปล่า มีแค่รอยนิ้วมือ ถ้านายอานนท์มีวิธีในการยืนยันตัวเองเขาไม่ได้เป็นผู้ต้องหาในคดีนี้ เชื่อว่าศาลจะให้ความเป็นธรรมกับเขา หลังจากนี้ศาลมีการนัดสืบพยาน เราก็ต้องมีการเตรียมพยานหลักฐานไปต่อสู้กันในชั้นศาลต่อไป”

ขณะที่ อานนท์ หล่าจันทึก อดีตพนักงานจัดส่งเฟอร์นิเจอร์ จำเลยในคดี เปิดใจถึงกรณีที่มีคนมองว่า ก็เราเคยเข้าไปติดตั้งเฟอร์นิเจอร์เมื่อวันที่ 27 ก.ค.58 อาจจะเห็นช่องทางในการเข้าไปลักทรัพย์ก็ได้นั้น เขาบอกว่า หากเป็นเช่นนั้นคงเป็นจอมโจรอัจฉริยะ เพราะบางคดีใหญ่ๆ หรือการวางแผนฆ่าเขายังไม่วางแผนกันเป็นปีเลย แล้วตนจะรู้ได้อย่างไรว่าผู้เสียหายอยู่บ้านเวลาไหน หากบอกว่าตนเคยเข้าไปติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ ก.ค.58 แล้วค่อยกลับไปลักทรัพย์ในวันที่ 20 ม.ค.61 ผมจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าหมู่บ้านอยู่ที่ไหน จำได้แต่ตู้ที่ผมประกอบเอง จึงเป็นไปไม่ได้ที่เข้าไปติดตั้งแล้วใช้เวลาวางแผนปีกว่าๆ แล้วค่อยกลับเข้าไปขโมย

“อยู่ข้างในเรือนจำร้องไห้ทุกวัน น้ำตาไหล เพราะตกงานกับแฟนทั้งคู่เพราะต้องเอาเวลามาวิ่งคดี คิดหลายเรื่องว่าลูกจะเป็นยังไง รถใครจะส่ง แล้วจะเอาเงินที่ไหนวิ่งเต้น แฟนต้องอดข้าวเป็นหนี้เขา บางวันแฟนก็ไม่มีเงินต้องยืมเขา หลังจากนี้ก็คงต้องยอมสู้ต่อ แต่ถ้ามันไม่มีความยุติธรรมก็คงต้องยอมติดคุก”


ด้าน ศิริจันทร์ สุวัฒนพิเศษ ภรรยานายอานนท์ ระบุว่า ตำรวจที่ดูแลคดีนี้บอกว่า มีการตรวจพบรอยนิ้วที่ตู้ที่สามีไปติดตั้ง และมีรอยนิ้วมือที่ขอบหน้าต่าง ซึ่งไม่ตรงกับใคร โดยบอกว่าไม่มีประวัติอาชญากรรม แต่ของสามีมีลายนิ้วมือในประวัติอาชญากรรม เขาเลยโยงมาที่สามี เมื่อนำภาพสามีมาให้ดูเจ้าของบ้านก็ไม่ยืนยันว่าใช่หรือไม่ เพราะจำไม่ได้ ตอนนี้มีหลักฐานที่นำมายืนยันคือ เอกสารที่ไปส่งของในปี 58 และตำรวจอยากได้ใบสมัครงาน แต่ไปหาแล้วไม่เจอ ก็เลยไปค้นเจอบัตรประกันกลุ่มว่า สามีเคยทำงานในบริษัท แล้วก็มีพยานบุคคล คือนายจ้างของสามี ที่ยืนยันว่าวันนั้นสามีไปประกอบตู้ที่บ้านหลังนั้น  ที่ผ่านมาเราก็ท้อแต่เรามั่นใจว่าเขาไม่ผิดเดี๋ยวก็คงจบ แต่คิดว่าถ้าเราไม่ช่วยเขาแล้วใครจะช่วยเขาได้เพราะเขาอยู่ข้างใน

 

ชมคลิปที่นี่... “2 ผัวเมีย” ร่ำไห้ ถูกตราหน้าเป็นโจร จากเหตุเคยไปประกอบตู้ วอนขอความ “ยุติธรรม”

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ