“รจนา”ร่อนจดหมายเปิดผนึกฉบับ2 อ้าง“อรรถพล”ให้ข้อมูลเท็จ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

จดหมายเปิดผนึกฉบับที่2 อ้างเป็นนางรจนา สินที เผยประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกองทุนเสมาฯให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ พร้อมทั้งยืนยันว่าไม่เคยได้รับการติดต่อไปให้ปากคำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีจดหมายเปิดผนึกฉบับที่ 2 ของนางรจนา สินที อดีตข้าราชการที่ถูกไล่ออกจากราชการ กรณีทุจริตกองทุนเงินเสมาพัฒนาชีวิต ถูกส่งถึงสื่อมวลชน กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมีเนื้อหาสำคัญระบุว่า  “นายอรรถพล ตรึกตรอง” ประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ที่ระบุว่ามีการนัดหมายนางรจนา ให้ปากคำในวันที่ 5 เม.ย. 61 และกล่าวว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้โทรไปคุยกับนางรจนา สินที เพื่อสอบถามถึงปัญหาที่เกิดขึ้น โดยนางรจนา พูดด้วยน้ำเสียงเนือยๆ ไม่สดชื่น พร้อมยังยืนยันว่าการดำเนินการเพียงคนเดียว"ซึ่งนายอรรถพล กล่าวเท็จทั้งสิ้น เพราะว่าไม่เคยได้รับการติดต่อไปให้ปากคำแต่อย่างใด

ส่วนที่แจ้งว่าโทรหานางรจนา นั้นก็เป็นไปไม่ได้ เพราะโทรศัพท์ถูกเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.เก็บไปตั้งแต่วันที่บุกค้นบ้านแล้ว และในช่วงเวลาต่อมา นายอรรถพล ก็ได้ให้ข้อมูลต่อสื่อว่านางรจนา เข้าไปเกี่ยวข้องกับการโอนเงินไปให้บุคคลอื่นอีกหลายแห่ง แม้กระทั่งบังคับให้เด็กเปิดบัญชีเอาเงินผ่านเพื่อ "โกงรัฐ" อย่างน่าอับอาย ซึ่งไม่เป็นความจริง

นอกจากนี้ในจดหมายยังระบุอีกว่า คดีทุจริตคอรัปชั่นในกระทรวงศึกษาธิการจำนวนมากที่ผ่านมา โปรดสั่งให้ตรวจสอบด้วยว่าความเสียหายเป็นอย่างไร เช่น คดีในสำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา( สกสค.) หลายคดีความเสียหายหลายพันล้านบาท คดีการก่อสร้างสนามฟุตซอลทั่วประเทศ เสียหายหลายร้อยล้านบาท  โครงการไทยเข้มแข็งของอาชีวศึกษา เสียหายหลายพันล้านบาท  ความเสียหายการสร้างอาคารเรียนสงขลา เสียหายกว่าพันล้านบาท ความเสียหายโครงการ MOE NET เสียหายกว่า 3,000 ล้านบาท ความเสียหายโครงการ CCTV ภาคใต้ เสียหายกว่า 400ล้านบาท

 โดยเฉพาะกรณีการทุจริต "โกงเงินคนจน" ในกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นปรากฎการณ์เกิดขึ้นแทบุกจังหวัดทั่วประเทศมีผู้กระทำผิดและเกิดความเสียหายจำนวนมาก ซึ่งมีหลักฐานชัดเจน แต่การลงโทษทางวินัยข้าราชการระดับสูง "ให้ออกชั่วคราว" ทำไมไม่กระทำเป็นบรรทัดฐานเดียวกับกรณีของนางรจนา ที่โทษถึงขั้น "ไล่ออกจากราชการแล้ว"

ขณะที่ นายอรรถพล กล่าวยืนยันว่า ได้โทรไปหานางรจนาจริง โดยมีกรรมการสืบสวนฯรายหนึ่งเป็นผู้ต่อสาย และขณะคุยก็มีกรรมการฯคนอื่นๆอยู่ด้วย เพียงแต่จำวันที่แน่ชัดไม่ได้  และไม่ต้องการที่จะโต้เถียงในประเด็นใดๆเพียงแค่ต้องการให้นางรจนา เข้ามาให้ข้อมูลและช่วยกันหาวิธีการนำเงินกลับคืนมา เพราะตอนนี้มีเด็กที่ยังรอเงินของกองทุนฯอยู่จำนวนมาก 

 ส่วนกรณีจดหมายดังกล่าวจะเป็นจดหมายปลอมหรือไม่นั้น  นายอรถถพล กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบ เพราะยังไม่เห็นตัวจดหมาย แต่คิดว่าสังคมแยกแยะได้ว่า อะไรคือเรื่องจริง หรือไม่จริง

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ