วันนี้ (12 เม.ย.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จดหมายเปิดผนึกที่ถูกอ้างชื่อผู้ส่ง คือ “นางรจนา สินที” อดีตข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ถูกไล่ออกจากราชการ กรณีทุจริตกองทุนเงินเสมาพัฒนาชีวิต ถูกส่งถึงสื่อมวลชน กระทรวงศึกษาธิการอีกครั้งช่วงเย็นเมื่อวานนี้ เป็นครั้งที่ 2 ในรอบสัปดาห์ เนื้อหาภายในจดหมาย อ้างถึงคำพูดของ นายอรรถพล ตรึกตรอง ประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงการทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ที่ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนเป็นข้อความเท็จ โดยเฉพาะข้อความ ที่นายอรรถพล ระบุว่า “นัดหมายนางรจนา มาให้ปากคำในวันที่ 5 เมษายน 2561 และข้อความที่อ้างว่า ได้โทรไปคุยกับนางรจนา เพื่อสอบถามถึงปัญหาที่เกิดขึ้น โดยนางรจนา พูดด้วยน้ำเสียงเนือยๆ ไม่สดชื่น พร้อมยังยืนยันว่าการดำเนินการเพียงคนเดียว" แต่จดหมายฉบับนี้ อ้างว่า นางรจนา ไม่เคยได้รับการติดต่อไปให้ปากคำ ละยังอ้างว่า ไม่มีทางที่นายอรรถพล จะโทรศัพท์หานางรจนาได้ เพราะโทรศัพท์ของนางรจนา ถูกเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. เก็บไปตั้งแต่วันที่ถูกค้นบ้านแล้ว นอกจากนี้ยังมีข้อความอื่น ที่ในจดหมายกล่าวหาว่านายอรรถพล พูดเท็จ โดยเฉพาะในประเด็นที่นายอรถพล เคยกล่าวว่า นางรจนา เข้าไปเกี่ยวข้องกับการโอนเงินไปให้บุคคลอื่นอีกหลายแห่ง แม้กระทั่งบังคับให้เด็กเปิดบัญชีเอาเงินผ่าน
จดหมายฉบับนี้ ยังมีเนื้อหาบางส่วนเหมือนกับในฉบับแรก คือ ถามหาการตรวจสอบข้อสงสัยการทุจริตเรื่องอื่นๆของกระทรวงศึกษาธิการ ว่าใช้มาตรฐานเดียวกันตรวจสอบหรือไม่ เช่น คดีในสำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) หลายพันล้านบาท คดีการก่อสร้างสนามฟุตซอลทั่วประเทศ เสียหายหลายร้อยล้านบาท โครงการไทยเข้มแข็งของอาชีวศึกษา เสียหายหลายพันล้านบาท ความเสียหายการสร้างอควาเรียมสงขลา เสียหายกว่าพันล้านบาท ความเสียหายโครงการ MOE NET เสียหายกว่า 3,000 ล้านบาท ความเสียหายโครงการ CCTV ภาคใต้ เสียหายกว่า 400 ล้านบาท
เนื้อหาในจดหมายยังอ้างอิงไปถึง การทุจริตเงินคนไร้ที่พึ่ง ในกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งเกิดขึ้นทั่วประเทศ มีผู้กระทำผิดและเกิดความเสียหายจำนวนมาก มีหลักฐานชัดเจน แต่กลับลงโทษทางวินัยข้าราชการระดับสูง "ให้ออกชั่วคราว" เท่านั้น ทำไมจึงต่างจากกรณีของนางรจนา ที่โทษถึงขั้น "ไล่ออกจากราชการแล้ว"
ทีมข่าว PPTV ตรวจสอบกับ นายอรรถพล ตรึกตรอง ซึ่งยืนยันว่า ได้โทรศัพท์พูดคุยและนัดหมายกับนางรจนาจริง โดยมีกรรมการสืบสวนฯอีกคนหนึ่งเป็นผู้ต่อสายให้ และมีกรรมการคนอื่นๆเป็นพยานอยู่ด้วยในระหว่างการพูดคุย // ส่วนกรณีจดหมายดังกล่าวจะเป็นจดหมายจากนางรจนาจริงหรือไม่ นายอรรถพล ยังไม่มีความเห็น แต่เคยให้ข้อมูลว่า รูปแบบต่างๆในจดหมาย ไม่ใช่รูปแบบที่นางรจนาเคยใช้
ด้าน พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี กรรมการ ป.ป.ท. กล่าวถึงข้อความในจดหมายที่อ้างว่า โทรศัพท์ถูก ป.ป.ท.ยึดไป ซึ่งไม่แน่ใจว่ายึดมาหรือไม่ แต่ไม่น่าจะนำมาเป็นข้ออ้างได้ เพราะการสอบสวนภายในกระทรวงศึกษาธิการเกิดขึ้นก่อนที่ ป.ป.ท.จะเข้าไปตรวจค้นบ้านนางรจนา และยังยืนยันข้อมูลที่พบว่า เงินในกองทุนเสมาฯจากนางรจนา ถูกโอนต่อไปให้กับเครือข่ายอีกหลายคน รวมทั้งกลุ่มคนมีสี ก็ไม่ใช่ข้อมูลเท็จ เพราะผ่านการตรวจสอบเส้นทางการเงิน โดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินแล้ว