ชำแหละงบประมาณที่ “สหรัฐฯ” ใช้ในการถล่ม “ซีเรีย”

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ปฏิบัติการโจมตีซีเรียของสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และฝรั่งเศส เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ใช้ขีปนาวุธทั้งสิ้น 105 ลูก ยิงถล่มเป้าหมาย 3 แห่งในซีเรีย ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยตัวเลขงบประมาณทั้งหมดที่เสียไปในครั้งนี้ แต่มีข้อมูลค่าใช้จ่ายทั้งหมดจากฝั่งสหรัฐฯมาให้ดูกัน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อาวุธที่สหรัฐอเมริกาใช้โจมตีซีเรีย ประกอบด้วย ขีปนาวุธโทมาฮอว์ก จำนวน 66 ลูก ราคา 92.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (2,864 ล้านบาท) โดยขีปนาวุธรุ่นดังของสหรัฐฯ ยาวประมาณ 6.25เมตร จุดเด่น คือ ระบบนำวิถีที่มีความแม่นยำสูง ออกแบบมาให้เป็นขีปนาวุธระยะกลางถึงไกล (ระยะทำการ 1,287-2,500 กม.) ยิงได้จากทั้งเครื่องบินและเรือ สามารถติดหัวรบได้หลายรูปแบบ ซึ่งรวมถึงหัวรบดินระเบิดขนาด 1,000 ปอนด์ ปฏิบัติการโดยการตั้งโปรแกรมล่วงหน้าได้ นอกจากนี้ยังมีขีปนาวุธประเภทอื่นๆ อีก 19 ลูก ราคา 26.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (824 ล้านบาท)

ต่อมา เครื่องบินทิ้งระเบิด “B-1B Lancer” โดยเป็นเครื่องบินเจ็ตทิ้งระเบิดยุทธศาสตร์ระยะไกล มีค่าใช้จ่ายในการบินเพื่อปฏิบัติการชั่วโมงละประมาณ 70,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 2 ล้านบาท แต่ไม่มีการเปิดเผยแน่ชัดว่าเครื่องบินใช้เวลาปฏิบัติภารกิจนานเท่าใด

โดยในการโจมตีครั้งนี้ กองทัพสหรัฐฯได้ประเดิมใช้อาวุธใหม่อีกถึง 2 ชนิด คือ ขีปนาวุธนำวิถีล่องหน JASSM-ER  ราคาลูกละ 43 ล้านบาท ซึ่งเป็นขีปนาวุธนำวิถีแบบอากาศสู่พื้น ปล่อยจากเครื่องบินทิ้งระเบิด B-1B Lancer จากระยะไกล นอกระยะปฏิบัติการของฝ่ายตรงข้าม สามารถหลบเลี่ยงการตรวจจับของเรดาร์ฝ่ายตรงข้ามได้ มีระยะทำการตั้งแต่ 804 กม.ขึ้นไป

สุดท้าย เรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ ชั้นเวอร์จิเนีย เป็นเรือรบสหรัฐฯเพียงลำเดียว ในจำนวนกองเรือทั้งหมดที่ประจำการในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ที่ยิงขีปนาวุธถล่มซีเรียในปฏิบัติการครั้งนี้ โดยสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงอาวุธส่วนหนึ่งจากฝ่ายสหรัฐฯ ยังไม่รวมเครื่องบินรบทอร์นาโดติดตั้งขีปนาวุธล่องหนของอังกฤษ รวมถึงเรือรบและเครื่องบินรบของฝรั่งเศส ที่ติดตั้งขีปนาวุธพิสัยไกล

ขณะที่ทางฝั่งซีเรียนับตั้งแต่ปี 2013 เกิดเหตุโจมตีด้วยอาวุธเคมีไม่ต่ำกว่า 100 ครั้ง มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วหลายร้อยคน บาดเจ็บอีกหลายพันคน โดยเหตุโจมตีด้วยอาวุธเคมีครั้งแรกที่มีการบันทึกไว้ เกิดขึ้นในเดือนมีนาคม ปี 2013 ใกล้เมืองอเลปโป พื้นที่เป้าหมายที่ถูกโจมตีด้วยอาวุธเคมี จะกระจุกตัวอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ ซึ่งรวมถึงเมืองอเลปโป และอิดลิบ และภาคตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งรวมถึงกรุงดามัสกัส เขตกูตา รวมถึงเมืองดูมา ซึ่งเป็นจุดที่เกิดเหตุโจมตีด้วยอาวุธเคมีครั้งล่าสุด

ทั้งนี้สารเคมีที่ใช้ในการโจมตี มีตั้งแต่ ฟอสฟอรัสขาว ก๊าซมัสตาร์ด ก๊าซซาริน และก๊าซคลอรีน ซึ่ง 2 อย่างหลัง เชื่อกันว่าน่าจะเป็นสารเคมีที่ใช้ในการโจมตีครั้งล่าสุด โดย ก๊าซซาริน เป็นของเหลวไร้สี ไร้กลิ่น เป็นสารประสาทที่ออกฤทธิ์รุนแรง มีฤทธิ์ถึงตายแม้ในความเข้มข้นต่ำมาก โดยเหยื่อที่ได้รับสารพิษดังกล่าวสามาถเสียชีวิตได้ภายใน 10 นาที ส่วน ก๊าซคลอรีน เป็นสารที่ใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ที่จริงแล้วเป็นสารอันตรายมาก เพราะมีฤทธิ์กัดกร่อนเนื้อเยื่อ ทำให้เกิดอาการระคายเคืองจมูก และมีโอกาสเสียชีวิตจากการขาดอากาศได้ ถูกนำมาใช้เป็นอาวุธตั้งแต่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 

 

AFP

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ