ถอดบทเรียน “4 พี่น้องลูกครึ่งตกตึก” เมื่อต้องฝากลูกไว้กับปู่ ย่า ตา ยาย

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ผอ.สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ม.มหิดล เผยกรณีเด็ก 4 คน ตกตึกหอพักย่านรามคำแหง พ่อแม่ควรต้องฝึกฝนและสอนตั้งแต่เด็กอายุ 10 ขวบ ก่อนที่จะปล่อยให้อยู่กันตามลำพัง นอกจากนี้เด็กอายุ 11 ปี ไม่เหมาะสมที่ต้องดูแลน้องถึง 3 คน แนะเพื่อนบ้าน หรือ ครูที่โรงเรียนพบเห็นควรรีบโทรแจ้ง ศูนย์ประชาบดี 1300 เพื่อให้เข้าการช่วยเหลือ

เมื่อวันที่ 4 พ.ค.61 รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล แถลงข่าวกรณีเด็ก 4 คน ตกตึกหอพักย่านรามคำแหง ว่า โดยหลักการเด็กจะสามารถอยู่ได้ด้วยตนเองเมื่ออายุประมาณ 12 ปี แต่เด็กต้องได้รับการฝึกฝนและการสอน จัดสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัยรวมถึงได้รับการประเมินแล้วว่าสามารถอยู่ตามลำพังได้ โดยต้องฝึกฝนเด็กตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป มีการฝึกการทดสอบแก้ไขปัญหาต่าง ๆ รวมถึงกรณีฉุกเฉินด้วย ซึ่งเป็นลักษณะที่เด็กอยู่คนเดียว แต่ในกรณีที่เป็นข่าว เด็กที่เป็นพี่คนโตวัย 11 ปี ต้องดูแลน้องอีก 3 คน จากข้อมูลที่คุณตาระบุว่า พี่คนโตล้างจานแล้วทำจานตก จากนั้นจะเอื้อมไปเก็บจานที่ตก จนตัวเองพลัดตก ทำให้น้องอีก 3 คน ต้องพยามยามช่วยพี่ แต่ตาข่ายรับน้ำหนักไม่ไหว หากพี่ไม่เก็บจาน หรือน้องใช้วิธีเรียกเพื่อนบ้านมาช่วย เหตุการณ์เด็กพลัดตกจากตึกคนไม่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ หน่วยงานที่มีหน้าที่ตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก จะต้องมีข้อมูลให้พ่อแม่สามารถขอความช่วยเหลือได้ ซึ่งความจริงมีอยู่แล้ว แต่พ่อแม่ไม่ไปขอความช่วยเหลือ อย่างไรก็ตามเนื่องจากเด็ก 4 คน ควรจะถูกเล็งเห็นถึงปัญหาได้ตั้งแต่เพื่อนบ้าน ไม่ใช่เห็นว่าพี่เป็นคนดีจึงดูแลน้องๆ ได้ เพราะเด็กอายุแค่ 11 ปี ไม่ควรต้องดูแลน้องถึง 3 คน ตามลำพัง เมื่อเพื่อนบ้านเห็นก็ต้องโทรแจ้ง 1300 ศูนย์ประชาบดี เพื่อไปให้ความช่วยเหลือ และครูที่โรงเรียนที่ไปเยี่ยมบ้าน เมื่อพบเห็นเด็กอยู่บ้านลำพังข้ามคืน และดูแลน้อง 3 คน ต้องตัดสินใจให้การช่วยเหลือเด็กทันที

“คนชราที่ดูแลเด็กก็ต้องดูสภาพ ต้องมีความแข็งแรงทางร่างกายและจิตใจ ถ้าคนชราที่มีความพิการ ไม่สามารถดูแลเด็กได้เต็มที่ หรือความสามารถทางด้านสมองไม่สามารถดูแลได้ เช่น หลงลืม ก็อาจจะมีจุดอื่นซึ่งคงต้องดู แต่ผู้สูงอายุหลายคนที่มีสุขภาพที่แข็งแรงดี มักจะมีประสบการณ์ชีวิตที่ดีในการที่จะดูแลเด็กได้” รศ.นพ.อดิศักดิ์ กล่าว

ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีหน่วยงานที่มีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือ คือ บ้านพักเด็ก มีครบทุกจังหวัด แต่ไม่สามารถรองรับได้ทั้งหมด จึงอยากเรียกร้องให้มีการผลิตนักพัฒนาเด็กและครอบครัวชุมชนใหเกิดขึ้น พร้อมทั้งโครงการบ้านหลังเรียนในชุมชน พัฒนาศูนย์เด็กเล็กที่สามารถรองรับเด็กได้

จากข้อมูลยูนิเซฟประเทศไทยเมื่อปี 2557 พบว่า มีเด็กไทยกว่า 3,000,000 คน ที่ต้องอาศัยอยู่กับ “ปู่ ย่า ตา ยาย” เนื่องจากพ่อแม่ต้องเดินทางออกนอกภูมิลำเนาไปทำงานตามโรงงาน หรือแคมป์ก่อสร้างในต่างจังหวัด ซึ่งกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ขณะที่ น.ส.นุจรี พรมรุกชาติ อายุ 32 ปี แม่บ้านทำความสะอาดประจำหอพัก เปิดเผยถึงเด็ก 4 คนที่พลัดตกหอพัก ว่า เด็กทั้ง 4 คน มีนิสัยร่าเริงปกติเหมือนกับเด็กคนอื่นทั่วไป ซึ่งเวลาไปไหนจะไปด้วยกันตลอด โดยเด็ก 4 คนรักกันดี การพูดจามีความไพเราะ มีสัมมาคาราวะ และอัธยาศัยดี เวลาเจอเด็กแล้วคุยกับเขา จะมีคำว่า “ครับ-ค่ะ” ตลอด มีนิสัยหยอกล้อปกติเหมือนเด็กทั่วไป ทั้งนี้เด็กไม่ค่อยได้ลงมาเล่นข้างล่างใต้ตึก ส่วนใหญ่จะอยู่บนห้องตลอด แต่บางครั้งก็ลงมาข้างล่างมาที่ห้องตากับยายของพวกเขา และเวลาไปข้างนอก เช่น วันเด็ก แม่ของเขาก็จะพาลูก 4 คนไปด้วยตลอด

“เขาเป็นอย่างนี้จริง ๆ พูดกับคนอื่นมาซื้อของเนี่ย เขาก็จะพูดคะ-ค่ะ ตลอด เวลาตนถามหนูไปซื้ออะไรลูก อ๋อหนูไปซื้อข้าวค่ะ เขาจะเดินด้วยกันตลอด จะไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด ถ้าเกิดไม่ได้เดินกับคุณแม่ เขาก็จะเดินมาสองคน เป็นปกติเหมือนเด็กทั่วไป” แม่บ้านทำความสะอาดกล่าว

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เปิดโต๊ะข่าว

เปิดโต๊ะข่าว

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ