วันนี้ ( 8 พ.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับหลักการที่นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ชี้แจง คือ การจะพิจารณาเห็นชอบโครงการใดในพื้นที่ต่างๆ ต้องดูว่าสอดคล้องกับแผนแม่บทของรัฐบาลหรือไม่ และพื้นที่มีความพร้อมแล้วหรือไม่ ดังนั้นจึงไม่ใช่การเห็นชอบทุกอย่างที่กลุ่มต่างๆในพื้นที่ร้องขอมา และยืนยันว่า ไม่ได้พูดคุยการเมืองกับนายเนวิน ชิดชอบ และพรรคภูมิใจไทย
ขณะที่โครงการสำคัญที่คณะรัฐมนตรีให้ดำเนินการได้เลย คือ โครงการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่อีสานตอนล่าง 4 จังหวัด นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ ซึ่งเสนอขอมา 84 โครงการ งบประมาณกว่า 3,400 ล้านบาท ซึ่งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติและกรมชลประทาน เห็นว่า ทำได้เลย 40 โครงการ งบประมาณ 1,015 ล้านบาท ส่วนอีก 44 โครงการให้บรรจุในงบประมาณปี 2562-2564
ส่วนการของบประมาณขยายสนามบินบุรีรัมย์ เพื่อรองรับเรื่องกีฬาและการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการขนย้ายรถจักรยานยนต์ที่จะมาแข่งโมโตจีพี คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการเรื่องการขยายรันเวย์เพื่อให้เครื่องบินขนาดใหญ่อย่าง โบอิ้ง 747 สามารถลงจอดได้ และการสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ แต่ให้กระทรวงคมนาคมไปศึกษาความคุ้มค่าและทำรายงาน EHIA ก่อน ส่วนการขยายลานจอดเครื่องบินให้จอดโบอิ้ง 737 ได้จาก 2 ลำเป็น 6 ลำ และการต่อเติมอาคารผู้โดยสารขาออก ได้ดำเนินการไปแล้ว
ส่วนที่ จ.สุรินทร์ ขอก่อสร้างสนามบินเช่นกัน ที่ประชุมให้กระทรวงคมนาคมไปดูความจำเป็น และดูความเป็นไปได้ในการขนส่งคนจากสนามบินบุรีรัมย์ ที่ห่างกัน 70-80 กิโลเมตร ประเด็นสำคัญอีกเรื่อง คือ การเตรียมพร้อมสำหรับการจัดแข่งขันจักรยานยนต์ ชิงแชมป์โลก โมโตจีพี ที่บุรีรัมย์ ในช่วง 3 ปีนี้ ที่ประชุมกังวลเรื่องปัญหาการจราจร จึงให้เตรียมแผนการขนส่งนักท่องเที่ยวด้วยการจัดรถชัตเติ้ลบัส เชื่อมโยงสนามบินกับสนามแข่งขัน และให้เชื่อมกับระบบรางด้วย พร้อมเตรียมแผนจะขนส่งนักทองเที่ยวกระจายไปพักที่ นครราชสีมา ชัยภูมิและสุรินทร์ โดยจัดเตรียมพื้นที่กางเต๊นท์
ขณะที่ด้านอื่นๆ เช่นการขอก่อสร้างถนนเพิ่ม ให้ไปดฟุความเหมาะสมและการเชื่อมโยงระหว่างถนน ระบบราง และทางอากาศ โดยกระทรวงคมนาคมชี้แจงว่า ในช่วงปี 57-61 ใช้งบในพื้นที่นี้ไปแล้วกว่า 52000 ล้านบาท และในงบประมาณปี 62 มีอยู่แล้วกว่า 14000 ล้านบาท ที่ประชุมยังเห็นชอบให้สร้างอาคารศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ ขนาด 900 เตียง ที่ จ.บุรีรัมย์ โดยบรรจุในงบประมาณปี 61-63