พล.ต.ต. จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า การติดตั้งกล้องตรวจจับรถฝ่าฝืนเปลี่ยนช่องเดินรถในเขตห้าม เนื่องจากพบการจราจรติดขัดมาก และมีปัญหาขับรถปาด เบียด หรือแซงมาก พบว่าวานนี้ (9พ.ค.61) ตั้งแต่เวลา 00.01-15.00 น. ในพื่นที่เป้าหมายทั้ง 15 จุด พบว่ามีผู้กระทำความผิดมากถึง 12,000 ราย โดยอันดับแรกที่มีผู้กระทำความผิดมากที่สุด ได้แก่ บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง รองลงมาคือ บริเวณแยกอรุณอัมรินทร์
สำหรับระบบตรวจจับแต่ละจุดจะมีกล้อง 4 ตัว ทำงานอัตโนมัติตลอด 24 ชั่วโมง มีความละเอียดคมชัดสูง สามารถตรวจจับได้ทั้งกลางวัน กลางคืน และทุกสภาพอากาศ พร้อมบันทึกข้อมูลเก็บไว้นานถึง 1 ปี ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ผ่านระบบ ATS ส่งภาพกลับมายังศูนย์ควบคุมและสั่งการ บก.02 เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของทะเบียนรถ ยี่ห้อ รุ่นและสีรถ ก่อนจะออกใบสั่งและส่งไปยังระบบ PTM ของธนาคารกรุงไทย เพื่อได้บาร์โค้ดกลับมา ยืนยันความถูกต้อง ใช้เป็นหลักฐานในการออกใบสั่ง
สำหรับผู้ฝ่าฝืนจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 21 ปรับไม่เกิน 1,000 บาท เบื้องต้นตำรวจจราจรจะทำการเปรียบเทียบปรับไม่เกิน 500 บาท สามารถชำระผ่านตู้เคาน์เตอร์และตู้ ATM ของธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศ หรือผ่าน KTB netBank หรือตามสถานที่ที่ระบุไว้ในใบสั่ง
ด้าน พ.ต.อ. กิตติ อริยานนท์ รองผู้บังคับการตำรวจจราจร เปิดเผยว่า ผู้ที่ได้รับใบสั่งแล้วไม่ยอมไปชำระค่าปรับภายใน 7 วัน เจ้าหน้าที่จะประสานข้อมูลไปยังกรมการขนส่งเพื่ออายัดการต่อภาษี