จากผลการเลือกตั้งของมาเลเซีย ที่แนวร่วมฝ่ายค้าน “ปากาตัน ฮาราปัน หรือ แนวร่วมแห่งความหวัง นำโดย นายมหาเธร์ โมฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรี วัย 92 ปี และพรรคฝ่ายค้านอื่นๆ สามารถคว้าที่นั่ง ส.ส. รวมกันไปได้ 121 ที่นั่ง ขณะที่ พรรคอัมโน ของ นายนาจิบ ราซัค วัย 64 ปี ได้ที่นั่งทั้งหมด 79 ที่นั่ง จนนักวิเคราะห์ มองว่าเป็นการชนะแบบหักปากกาเซียน พร้อมโค่นพรรคอัมโนที่ครองอำนาจยาวนานถึง61ปี
วันนี้ 10 พ.ค.61 ปรางค์ทิพย์ ดาวเรือง นักข่าวและนักวิจัยอิสระ วิเคราะห์ว่า สาเหตุที่พรรคนาย นาจิบ แพ้การเลือกตั้งในครั้งนี้มีอยู่ 2ประเด็นหลัก คือ 1.เกิดจากปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ และเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจนทำให้ค่าครองชีพพุ่งสูงมาก 2. กรณีการทุจริตกองทุนวันเอ็มดีบี. ที่เกี่ยวกับนายนาจิบโดยตรง และ ลบความน่าเชื่อถือของนายนาจิบอย่างมหาศาล ถึงแม้นายนาจิบจะคุมกลไกของพรรคและอำนาจก็จริง แต่ในตัวของนายนาจิบ ไม่ได้มีบารมี เหมือนมหาเธร์ หรือผู้นำคนอื่นๆ โดยนายนาจิบได้เสียฐานเสียงของตัวเองตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว
หลังจากเปลี่ยนขั้วอำนาจแล้ว นายนาจิบ มีโอกาสติดคุกหรือไม่ ปรางค์ทิพย์ ระบุว่า ที่ผ่านมามีนักวิเคราะห์ ระบุว่า ฝั่งมหาเธร์ กับนาจิบ อาจต้องมีการพูดคุยกันเรื่องการส่งผ่านอำนาจว่าจะยอมแพ้หรือไม่ยอมแพ้ แต่ก็เป็นแค่การวิเคราะห์ เพราะในส่วนของมหาเธร์ ยังไม่มีการแถลงที่ชัดเจนว่าจะดำเนินการอย่างไรกับการทุจริตวันเอ็มดีบี
หลังผลเลือกตั้งออกมาชาวมาเลเซียมีปฏิกิริยาอย่างไรบ้าง นักวิจัยอิสระ ระบุว่า เท่าที่สังเกตเมื่อวานนี้ ชาวมาเลเซียมีความตั้งใจไปเลือกตั้ง มีอัธยาศัยที่ดีต่อกัน เหมือนมีนัยยะสำคัญอยู่ในใจ และในวันนี้ทุกคนต่างรอว่าเมื่อไหร่มหาเธร์จะเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งนายกรัฐมตรีคนใหม่