แคมเปญคัดค้าน แนวคิดของกทม. ที่ต้องการเข้าไปบริหารจัดการ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ผ่านเว็บไซต์ change.org ล่าสุดมีประชาชนลงชื่อสนับสนุนมากกว่า 12,000 คน เหตุผลหลักของการคัดค้าน เนื่องจากกังวลว่า การบริหารจัดการของ กทม. อาจไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ขณะที่ศิลปินหลายคน โพสต์ข้อความผ่าน เฟชบุ๊กส่วนตัว ไม่เห็นด้วยกับ กทม. ที่จะขอคืนการบริหารจัดการ เหตุผลที่กรุงเทพมหานคร ใช้อ้างเพื่อขอคืนหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร คือ พบว่า ค่าเช่าไม่เพียงพอต่อการใช้จ่ายบริหารจัดการสถานที่ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าพนักงานรักษาความปลอดภัย และอยากปรับปรุงพื้นที่การเรียนรู้ให้เด็กนักเรียนได้มีที่นั่งอ่านหนังสือ
ทีมข่าวพีพีทีวี สอบถามข้อเท็จจริง กับ นายปวิตร มหาสารินันทน์ ผู้อำนวยการหอศิลป์กรุงเทพฯ ระบุว่า การบริหารจัดการหอศิลป์โดยมูลนิธิไม่เคยขาดทุนตามที่ถูกกล่าวอ้าง ยกตัวอย่าง เงินบริหารปีที่ผ่านมา มีค่าใช้จ่ายทั้งหมด 75 ล้านบาท แต่เมื่อหักงบประมาณที่ได้รับจากกทม. 45 ล้านบาท และรายได้ที่หอศิลป์กรุงเทพฯ หาได้ 37 ล้านบาท พบว่าปีที่ผ่านมามีกำไรจากการบริหาร 6 ล้านบาท พร้อมยืนยันว่า หากเฉลี่ยรายได้จากการบริหารช่วง 10 ปีที่ผ่านมาของมูลนิธิฯไม่เคยขาดทุน
ทีมข่าวถามถึงประเด็นการใช้พื้นที่หอศิลป์กรุงเทพฯ เพื่อแสดงออกทางการเมืองที่ผ่านมา ว่า มีผลต่อการที่ กทม. จะเข้ามาบริหารจัดการหรือไม่ กรณีนี้ ผอ.หอศิลป์กรุงเทพฯ ยังไม่ให้น้ำหนัก แต่อธิบายว่า การแสดงออกทางการเมืองในพื้นที่หอศิลป์ที่ผ่านมา ได้เปิดให้กับคนทุกกลุ่มความคิดทางการเมืองแสดงออก โดยไม่กีดกัน และตามขั้นตอนทุกครั้งก่อนจะจัดกิจกรรม จะต้องเสนอไปยัง กทม. ให้พิจารณาก่อนทุกครั้ง
ตามกำหนดการวันพรุ่งนี้ จะมีการประชุมคณะผู้บริหารกทม. และจะนำเรื่องการขอคืนหอศิลป์กรุงเทพฯ เข้าที่ประชุมเพื่อหาข้อสรุปด้วย ส่วนช่วงเช้าที่หอศิลป์กรุงเทพฯ กลุ่มศิลปินหลายคนจะรวมตัวหน้าหอศิลป์เพื่อแสดงออก ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้