วันนี้ (16 พ.ค.61) นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมการค้าต่างประเทศจะประกาศเงื่อนไขการประมูล หรือ ทีโออาร์ สำหรับข้าวสารที่เหลือในสต๊อกรัฐบาลปริมาณกว่า 2 ล้านตัน แยกเป็นข้าวกลุ่ม 2 ระบายเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภคของคน 1.5 ล้านตัน และกลุ่ม 3 ระบายเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภคของคนและสัตว์ 500,000 ตัน ซึ่งเป็นข้าวล็อตสุดท้ายที่จะนำมาเปิดประมูล โดยทีโออาร์จะออกได้ในวันที่ 4 มิถุนายน 2561 จากนั้นจะเปิดให้ดูคลังเก็บข้าว และจะประกาศผู้ผ่านคุณสมบัติวันที่ 14 มิถุนายน สำหรับข้าวกลุ่ม 2 และเปิดให้ยื่นซองราคาในวันเดียวกัน ส่วนวันที่ 15 มิถุนายน ประกาศผู้ผ่านคุณสมบัติสำหรับข้าวกลุ่ม 3 และเปิดให้ยื่นซองในวันเดียวกัน ซึ่งข้าวทั้ง 2 กลุ่ม เมื่อยื่นซองราคาแล้ว ก็จะเปิดซองทันทีหลังจากครบเวลาที่กำหนดไว้
โดยจะนำผลการประมูลข้าวที่ได้เสนอให้คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว หรือ นบข. เพื่อพิจารณาอนุมัติ ซึ่งหากขายได้หมด ก็จะทำให้ไม่เหลือข้าวอยู่ในสต๊อกรัฐบาลอีกต่อไป แต่ถ้าไม่หมดก็จะนำมาเปิดประมูลอีกจนกว่าจะหมด แต่มั่นใจว่าน่าจะเปิดประมูลขายได้หมดภายในปีนี้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ทั้งนี้จะมีมาตรการควบคุมการรั่วไหลสู่การบริโภคของคนอย่างรัดกุม ทั้งการชี้แจงขั้นตอนการขนย้ายข้าว การนำข้าวไปใช้ในอุตสาหกรรมที่กำหนด มีการตรวจสอบ และติดตามทุกขั้นตอน หากพบว่าผู้ซื้อไม่ปฏิบัติตามสัญญาจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งทางแพ่งและอาญา
ทั้งนี้นอกจากการกำหนดให้ผู้ซื้อปฏิบัติตามตามสัญญา ยังได้ตรวจสอบไปถึงผู้รับซื้อข้าวต่อทุกรายเช่นเดียวกับผู้ซื้อรายแรก เพื่อให้นำข้าวไปใช้ตามเงื่อนไขของการประมูล และยังได้ปรับปรุงเงื่อนไขในสัญญา โดยขยายขอบเขตความรับผิดชอบของคู่สัญญาให้ครอบคลุมผู้ซื้อทุกทอดด้วย
สำหรับการประมูลข้าวตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2557 จนถึงปัจจุบัน กรมการค้าต่างประเทศได้ดำเนินการระบายข้าวในสต๊อกรัฐบาลได้แล้วปริมาณ 14.84 ล้านตัน และในวันนี้ จะเปิดให้ยื่นซองคุณสมบัติข้าวกลุ่ม 1 ซึ่งเป็นข้าวเพื่อการบริโภคปริมาณ 4.6 หมื่นตัน และยื่นซองราคาวันที่ 18 พฤษภาคมนี้