สั่งสำรองราชการ ร.ท.คนสนิทพระเถระเอี่ยวเงินทอนวัด

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กองบัญชาการกองทัพไทย สั่งสำรองราชการและตั้งคณะกรรมการสอบสวน นายทหารคนสนิทพระชั้นผู้ใหญ่ ที่ถูกกล่าวหาคดีเงินทอนวัดแล้ว ภายใน 15 วัน ไม่มารายงานตัว เจอปลดออกจากราชการทันที

ผู้สื่อข่าวรายงาน พลเอกหัสพงศ์ ยุวนวรรธนะ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด ทำการแทน บัญชาการทหารสูงสุด ได้ลงนามในคำสั่ง กองบัญชาการกองทัพไทย ที่ 208/2561 สำรองราชการ ร้อยโทฐิติทัศน์ นิพนธ์พิทยา นายทหารสังกัด ศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) ที่มีความสนิทสนมกับพระชั้นผู้ใหญ่ ที่ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาคดีเงินทอนวัด และสั่งให้แม่บ้านเปิดบัญชีรับเงิน 25 ล้านบาท จากพระชั้นผู้ใหญ่ดังกล่าว ทั้งนี้ หากภายใน 15 วัน ไม่มารายงานตัว ก็จะถูกปลดออกจากราชการทันที 

จากการตรวจสอบประวัติการเข้ารับราชการของร้อยโทฐิติทัศน์ พบว่า ได้ใช้วุฒิปริญญามหาบัณฑิตนิเทศศาสตร์ สื่อสารการท่องเที่ยวและบันเทิง มหาวิทยาลัยเกริก เข้ามารับราชการทหารประจำ ศรภ. เมื่อวันที่  9 ก.พ. 2559 ในยุคที่ พลเอกสมหมาย เกาฏีระ ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด

หลังจากนั้น ได้ถูกส่งตัวมาช่วยราชการที่สำนักงานของ พลเอกพรพิพัฒน์ เบญญศรี เสนาธิการทหาร ที่ในขณะนั้นเป็น รองเสนาธิการทหาร แต่ปรากฏว่า ร้อยโทฐิติทัศน์ ไม่เคยมาทำงานที่สำนักงาน รอง เสธ.ทหาร มีแต่ชื่อขอฝากเอาไว้เท่านั้น เพราะถูกขอตัวไปช่วยราชการที่สำนักตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) เพื่อไปดูแล นายพิศิษฐ์ ลีลาวัชโรภาส ผู้ว่าการ สตง. ตั้งแต่ปี 2559

ทั้งนี้ ตามระเบียบทางราชการ ผู้ว่าการ สตง. สามารถร้องขอนายทหาร ไปติดตามดูแลได้ เพราะการทำหน้าที่ของผู้ว่าการ สตง. ในเรื่องการตรวจสอบต่างๆ อาจมีอันตราย ซึ่ง ศรภ. มีหน้าที่รับผิดชอบในการส่งนายทหารไปดูแลรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญตามคำร้องขอ

แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า จากการตรวจสอบของคณะกรรมการสอบสวนฯ ปรากฏว่า ไม่พบว่ามีหนังสือขอตัวไปช่วยราชการที่ สตง. ของ ร้อยโทฐิติทัศน์ อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร แต่อย่างใด แต่เป็นที่รับรู้กันภายในว่า ร้อยโทฐิติทัศน์ ไปติดตาม นายพิศิษฐ์  จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ขึ้นหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไปค้นบ้านพักและพบอาวุธปืนจำนวนมาก

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เปิดโต๊ะข่าว

เปิดโต๊ะข่าว

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ