เมื่อวันที่ (23 พ.ค. 61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ ถูกโพสต์ผ่านแฟนเพจเฟชบุ๊ก “ชมรมแพทย์ชนบท” ทั้งหมดไม่เห็นด้วยกับการออกระเบียบดังกล่าว โดยเฉพาะเรื่องระยะเวลาจ้างงาน กำหนดไว้เกินปีงบประมาณ จ้างได้ไม่เกินอัตราขั้นต่ำของตำแหน่งและวุฒิ และไม่สามารถเลื่อนขั้นค่าจ้างได้ หลายคนมองว่าอาจทำให้ลูกจ้างขาดกำลังใจในการทำงาน และอาจส่งผลต่อการจ้างบุคลากรเข้าทำงาน ในแต่ละโรงพยาล เพราะหากพิจารณาตัวเลขบุคลากรลูกจ้างชั่วคราวของกระทรวงสาธารณสุขมีมากถึง 140,000 คน
หนึ่งในกลุ่มคัดค้านระเบียบของกระทรวงการคลัง คือ น.ส.จารุจิต ประจิตร รองประธานสหภาพพยาบาลแห่งประเทศไทย อธิบายว่า ปกติแล้วลูกจ้างชั่วคราว จะมีการปรับขึ้นเงินเดือนปีละ 100 บาท แต่ระเบียบฉบับใหม่สั่งห้ามขึ้นเงินเดือน ถือว่าสร้างความเหลื่อมล้ำ
ขณะที่ระเบียบข้อ 4 ที่ระบุให้สั่งยุบตำแหน่งพนักงานหรือลูกจ้างทันที หากลาออกหรือสิ้นสุดสัญญาจ้าง อาจทำให้โรงพยาบาลขาดแคลนบุคลากร และส่งผลให้การขออัตรากำลังล่าช้า จนส่งผลกระทบกับการให้บริการประชาชน
หลังมีผู้ไม่เห็นด้วยจำนวนมาก ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขขอเข้าพบ ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการคลัง คืออธิบดีกรมบัญชีกลาง เพื่อทำความเข้าใจ ได้รับคำชี้แจงว่า การออกระเบียบ เพราะต้องการจัดระเบียบการใช้เงินนอกระบบของหน่วยงานภาครัฐ เพราะที่ผ่านมาเงินส่วนนี้ ไม่ถูกรายงานมายังกระทรวงการคลัง
ส่วนกรณีกระทรวงสาธารณสุข ที่ผ่านมาปลัดกระทรวงสาธารณสุข มีการออกระเบียบใช้จ่ายเงินนอกงบประมาณไว้อย่างชัดเจน จากการหารือครั้งนี้สรุปว่า ยังใช้แนวทางเดิมต่อไปกับลูกจ้างที่อยู่ในระบบในปัจจุบัน จนกว่าจะหมดสัญญา ส่วนลูกจ้างใหม่และ ลูกจ้างที่หมดสัญญา และต้องการต่อสัญญาใหม่ ส่วนจำนวนอัตราและการปรับเงินตามตำแหน่งกระทรวงสาธารณสุข สามารถเสนอให้กรมบัญชีกลางพิจารณาได้
ปลัดกระทรวงสาธาณสุข ยืนยันว่า เชื่อว่าการขออัตรากำลัง และเพิ่มเงินของกระทรวงสาธารณสุข จะไม่มีปัญหา เพราะที่ผ่านมาส่งเรื่องให้กรมบัญชีกลางพิจารณามาตลอด แต่ถึงแม้กระทรวงสาธาณสุข จะยืนยันว่าระเบียบการที่ออกมาไม่มีปัญหา แต่อนาคตการพิจารณาอัตรากำลัง การปรับขึ้นเงินเดือน หรือเงินพิเศษต่างๆ ของลูกจ้างชั่วคราว ต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของกระทรวงการคลังหลังจากนี้