ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และ พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม นำหมายศาลเข้าจับกุมตัวพระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยาวรวิหาร เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร(มหานิกาย) และกรรมการมหาเถรสมาคม และพระอรรถกิจโสภณ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสามพระยา และเลขานุการเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร(มหานิกาย) ที่วัดสามพระยา ถนนสามเสน ผู้ต้องหาร่วมกันทุจริตเงินทอนวัดและร่วมกันฟอกเงิน
โดยเมื่อเดินทางไปถึง พ.ต.อ.อรุณได้แสดงหมายจับให้พระลูกวัดรับทราบ ก่อนนำเข้าไปควบคุมตัวพระพรหมดิลกและพระอรรถกิจโสภณขึ้นรถไปสอบปากคำที่กองบังคับการปราบปราม และในเวลาเดียวกัน ตำรวจกองปราบปรามได้นำหมายศาลเข้าตรวจค้นวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร เพื่อจับกุมพระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร (ธรรมยุติกนิกาย) เจ้าคณะภาค 4-5-6-7(ธรรมยุติกนิกาย) และกรรมการมหาเถรสมาคม เข้าตรวจค้นวัดสระเกศ เพื่อจับกุมพระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศ และเจ้าคณะภาค 10 พร้อมพระลูกวัดรวมทั้งหมด 4 หมายจับ
ขณะที่ต่างจังหวัด ตำรวจกองบังคับการปราบปราม เตรียมเข้าตรวจค้นวัดได้นำค้นวัดกุฎีทอง จ.สิงห์บุรี เพื่อควบคุมตัวพระครูสัญญาบัตรรูปที่ถูกกล่าวหาเป็นผู้มีอิทธิพล ล่าสุดยังรอให้ศาลอนุมัติหมาย โดยพระเถระชั้นผู้ใหญ่ทั้ง 4 วัดนี้ถูกกล่าวหาร่วมกันทุจริตเงินทอนวัด
การนิมนต์มาครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากตำรวจกองบังคับการปราบปราม เข้าตรวจค้นบ้านพัก ใน อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นบ้านของนายวิวุฒิ อุดมโชคปิติ และ นางวิภาภรณ์ อุดมโชคปิติ และพบว่าครอบครัวนี้ทำสัญญาเช่าที่ดินของวัดสามพระยา บริเวณใต้สะพานพระปิ่นเกล้า เดือนละ 3 หมื่นบาท และนำปล่อยเช่าช่วงต่อให้กับร้านอาหารทัวร์จีน ราคาเดือนละ 3 แสนบาท ซึ่งคาดว่าตำรวจจะสอบปากคำเพื่อหาความเชื่อมโยงว่าเงินที่ครอบครัวนี้ได้รับมา ถูกนำไปใช้ในกระบวนการฟอกเงินหรือไม่