วันนี้ ( 24 พ.ค.61) นายสนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒินักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย เปิดเผยกับทีมข่าวพีพีทีวีว่า ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ตามประกาศของกรมโรงงานอุตสาหกรรม พ.ศ.2550 ฉบับที่ 3 นั้นหมายถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว แต่ยังสามารถใช้งานได้คงรูปคงสภาพตามการผลิตเดิม หรือสามารถนำมาซ่อมแซมหรือดัดแปลงปรับปรุงให้ใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์เดิม ก็จะมีรายการออกมา เข้าข่าย พ.ร.บ.วัถตุอันตราย ชนิดที่ 3 ก็จะมีหลายรายการ หากจะนำเข้ามาก็ต้องทำตามกฎหมาย โดยซากอิเล็กทรอนิกส์ที่เข้ามานั้นสามารถนำเข้าจากต่างประเทศได้ แต่ต้องอยู่ในข่ายวัตถุประสงค์ที่กำหนด 4 ลักษณะ คือ 1.นำเข้ามาเพื่อใช้ซ้ำ หรือเป็นสินค้ามือสอง 2. การนำเข้ามาเพื่อซ่อมแซมหรือดัดแปลงปรับปรุง เพื่อใช้งานตามวัตถุประสงค์ 3. การนำเข้ามาเพื่อคัดแยกหรือแปรสภาพ ส่วนข้อ 4.เข้ามาเป็นของเสียอันตรายตามอนุสัญญาบาเซล ก็ต้องมีกฎหมายอีกตัวที่กำหนด
กรณีที่เราเจอขยะอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากนั้น ผู้ทรงคุณวุฒินักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย บอกว่า ที่ผ่านมาประเทศจีนมีปัญหา เพราะรัฐบาลจีนมีการสั่งการเมื่อวันที่ 1 ม.ค.2561 ว่า ห้ามนำเข้าขยะพิษ 24 ประเทศจากต่างประเทศห้ามนำเข้ามา เพราะแต่เดิมจีนจะมีการนำเข้าขยะพิษเหล่านี้จากฮ่องกง เพื่อนำมารีไซเคิลหาทอง เงิน ทองแดงหรือแร่ส่วนอื่นๆเพื่อนำไปใช้ รวมทั้งให้นำซากอิเล็กทรอนิกส์ไปทำลายที่โรงงานของรัฐเท่านั้น ปัญหาคือพ่อค้าเขาซื้อมาเยอะ เพื่อจะมารีไซเคิลที่ประเทศจีนแต่นำเข้าไม่ได้ ก็เลยนำเข้าประเทศในแถบเอเชีย เช่น อินโดนีเซีย กัมพูชา และไทยก็เป็นจุดหมายหนึ่ง ที่พ่อค้าของจีนเอามารีไซเคิลเพื่อเอาแร่ต่างๆออกมา ตามข่าวน่าจะเข้ามาทางแหลมฉบัง โดยทางเรือ โดยประเทศจีนเขาตั้งบริษัทประเภท 105 หรือ 106 เพื่อคัดแยกขยะและรีไซเคิลขยะ วิธีการที่การนำเข้ามาให้หลีกเลี่ยงอนุสัญญาบาเซลนั้น ซึ่งอนุสัญญานี้เขาระบุว่า ขยะอันตรายทั้งหลายไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายข้ามแดนจากประเทศพัฒนาแล้ว ไปสู่กลุ่มประเทศต่างๆ หรือประเทศที่ยังไม่พัฒนา รวมทั้งขยะที่เอามาใช้ใหม่ เอามาแปรรูป เอาไปกำจัดทิ้ง ก็ห้ามเอาเข้ามา ซึ่งซากผลิตภัณฑ์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ถ้าเขาจะเอามารีไซเคิลโดยตรงเขาเอามาไม่ได้ แต่เขาจะหลีกเลี่ยงเป็นการนำเข้ามาเป็นสินค้ามือสอง แล้วแจ้งศุลกากรว่านำมาเพื่อใช้ซ้ำ หลังจากนั้นก็ไปส่งที่โรงงาน ก็นำแผ่นอิเล็กทรอนิกส์ไปที่โรงงานที่ตำรวจไปจับกัน
ส่วนการแก้ไขปัญหานี้ นายสนธิ บอกว่า เราต้องยอมรับว่ากฎหมายบ้านเรายังอ่อนแออยู่ และยังไม่มีการบังคับใช้กฎหมายซากผลิตภัณฑ์ โดยกรมควบคุมมลพิษได้ร่างไปที่ สนช.แล้วแต่ยังไม่ได้รับการเห็นชอบ ถ้าในอนาคตคนไทยใช้โทรศัพท์มือถือ โทรทัศน์ ห้ามเอาไปทิ้งต้องเอาไปแลกคืน ไปให้เจ้าของเพื่อนำไปเข้าโรงกำจัดให้ถูกต้อง แต่ทุกวันนี้กฎหมายยังไม่ออก เราก็อาจจะโยนลงไปที่กองขยะ ก็เป็นช่องทางให้เขาเอามาแกะนำไปรีไซเคิล ซึ่งกรณีนี้ตนมองว่าเป็นการหย่อนยานของเจ้าหน้าที่ในการตรวจโรงงาน เพราะโรงงานจีนทั้งหลายอยู่ที่จ.ฉะเชิงเทราทั้งนั้น ตนก็เลยมองว่าจังหวัดนี้มีจุดอ่อนแล้ว