ปฏิบัติการจับกุมพระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยา เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร และกรรมการมหาเถรสมาคม และพระระดับรองสมเด็จพระราชาคณะอีก 2 รูปจากวัดสระเกศและวัดสัมพันธวงศ์ ที่ล้วนแล้วแต่มีตำแหน่งปกครองคณะสงฆ์ระดับเจ้าคณะภาคทั้งมหานิกายและธรรมยุต เกิดขึ้นหลังตำรวจกองปราบฯ เข้าตรวจค้นบ้านพักแห่งหนึ่ง ใน อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ของนายวิวุฒิ อุดมโชคปิติ และ นางวิภาภรณ์ อุดมโชคปิติ เพราะพบหลักฐานการรับโอนเงินวัดสามพระยาหลายล้านบาท
และยังพบว่ามีการทำสัญญาเช่าที่ดินของวัดสามพระยา บริเวณใต้สะพานพระปิ่นเกล้า เดือนละ 3 หมื่นบาทก่อนนำปล่อยเช่าช่วงต่อให้กับร้านอาหารทัวร์จีนเดือนละ3แสนบาท
ประเด็นนี้ทำให้ตำรวจสงสัยว่าครอบครัวนี้นำเงินที่วัดโอนเข้าบัญชีไปเช่าที่ดินวัดต่อหรือไม่ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็เข้าข่ายข้อหา "ฟอกเงิน"
ส่วนการออกหมายจับพระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ เจ้าคณะภาค 4-7 ฝ่ายธรรมยุต และกรรมการมหาเถรสมาคม ตำรวจพบเส้นทางทางการเงินว่า วัดแห่งนี้ไม่ได้นำงบอุดหนุนพระปริยัติธรรมปี 2557 จำนวน 5 ล้านบาท ไปใช้ตามวัตุประสงค์ แต่กลับโอนเข้าบัญชีฆราวาส3บัญชี
ขณะที่วัดสระเกศที่มีพระชั้นผู้ใหญ่ ตั้งแต่ระดับผู้ช่วยเจ้าอาวาสไปจนถึงพระพรหมสิทธิที่ดำรงตำแหน่งเจ้าภาค 10 ฝ่ายมหานิกาย และกรรมการมหาเถรสมาคม ตำรวจพบหลักฐานสำคัญ หลังเข้าค้นบ้านพัก ร.ท.ฐิติทัตน์ นิพนธ์พิทยา อดีตทหารสังกัดศูนย์รักษาความปลอดภัย หลังพบเส้นทางการโอนเงินจากพระชั้นผู้ใหญ่ของวัดสระเกศมายังคนใกล้ชิด 25 ล้านบาท
ที่น่าเชื่อว่าเงินจากกองส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนาปี 2559 เกือบ 70 ล้านบาท ที่ต้องกระจายงบสู่วัดต่างๆและจัดงานเผยแผ่ศาสนา แต่กลับพบการโอนเงินให้วัดสาขาแค่ไม่กี่แห่ง และไม่ได้จัดงาน และเงินถูกโอนเข้าบัญชีฆราวาสมากกว่า 10 บัญชีแทน