“หมอมโน” ปูด2พระชั้นผู้ใหญ่ทุจริตเงินทอนวัดซ่อนตัวในวัดธรรมกาย

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“หมอมโน” ปูด “พระพรหมสิทธิ-พระพรหมเมธี” ซ่อนตัวอยู่ในวัดพระธรรมกาย ชี้ปฏิรูปคณะสงฆ์เคยเกิดขึ้นมาหลายครั้งแล้ว เชื่อจับพระทุจริตเงินทอนวัดสึกไม่กระทบต่อความศัทธาพระพุทธศาสนา ในขณะที่ เลขาธิการพันธมิตรเพื่อพิทักษ์พระพุทธศาสนาฯ ยืนยันพระผู้ใหญ่ทั้ง 2รูปไม่ได้ซ่อนตัวอยู่ในวัดพระธรรมกาย

กรณีที่พระชั้นผู้ใหญ่อย่าง พระพรหมสิทธิ เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร พระพรหมเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม วรวิหาร และ พระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยา ที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีเงินทอนวัด จนนำไปสู่การจับกุมดำเนินคดี จนหลายคนตั้งข้อสงสัยว่าจะต้องมีการสังคายนาวงการสงฆ์ใหม่ หรือไม่ วันนี้รายการ “เป็นเรื่องเป็นข่าว” ได้เชิญบุคคลที่คลุกคลีในวงการสงฆ์มาพูดคุยถึงการปฏิรูป

โดย นพ.มโน เลาหวณิช รองคณบดีวิยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต ให้ความเห็นว่า การปฏิรูปคณะสงฆ์มีมาแล้วหลายครั้ง ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ที่มีพ.ร.บ.สงฆ์รศ.120 เพื่อปฏิรูปคณะสงฆ์ไม่ให้สยามตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ และ ฝรั่งเศส 

ในปี2484 สมัย จอมพล.ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ก็มีการปฏิรูปเช่นกัน โดยการออกพ.ร.บ.สงฆ์ เพิ่มอีก1ฉบับ เพื่อกระจายอำนาจมีบริหารตุลาการ นิติบัญญัติ คล้ายๆกับ อำนาจการปกครองทางโลก เช่นมีสังฆสภา สังฆมนตรี และ สังฆนายกฯ แต่อยู่ภายใต้สมเด็จพระสังฆราช

ในปี2505 สมัยจอมพล.สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ก็มีการร่างพ.ร.บ.สงฆ์ ขึ้นมาเพื่อให้พระพุทธศาสนามีความมั่นคง มีสมเด็จพระสังฆราช มีกรรมการเถรสมาคม และในสมัยนั้นก็มีการจับพระชั้นผู้ใหญ่สึกเช่นกัน คือ พระพิมล ธรรม  และ ครั้งนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะต้องปฏิรูปเช่นกัน เพราะพระภิกษุปฏิบัติตัวไม่ดี และถ้าไม่มีหลักฐานการกระทำผิดไม่มีตำรวจคนไหนกล้าไปจับพระ การที่พระภิกษุทำผิดก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายเพราะเราอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ  เชื่อว่าเหตุการณ์นี้ไม่กระทบต่อความรู้สึก หรือ ศัทธาเพราะประชาชนแยกแยะออกว่าอะไรเป็นอะไร

นพ.มโน ยังตั้งข้อสังเกตุว่า พระ 2รูปที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีเงินทอนวัดอาจหลบไปอยู่ในวัดพระธรรมกาย เพราะเป็นเซฟเฮาท์ที่ปลอดภัยที่สุด มีการสวดพระธรรมจักรฯตลอด 24ชั่วโมง การเข้าไปในวัดมีด่านตรวจหลายด่าน มีกองกำลังคอยดูแลความปลอดภัยเป็นกองพัน และ มีรถลาดตระเวนตลอด

สาเหตุที่ทำให้เชื่อว่าพระทั้ง 2รูปหลบซ่อนอยู่ที่วัดพระธรรมกาย เพราะทุกครั้งที่วัดพระธรรมกายมีปัญหามักจะไปปรึกษาพระทั้ง3รูปที่โดนคดี คือ พระพรหมสิทธิ พระพรหมเมธี และพระพรหมดิลก ซึ่งก็ได้รับคำมั่นสัญญาว่าจะปกป้องให้ และ พระพรหมดิลก ยังเคยแต่งตั้งพระของวัดพระธรรมกาย4รูปขึ้นเป็นท่านเจ้าคุณ

ด้าน นายอัยย์ เพชรทอง เลขาธิการพันธมิตรเพื่อพิทักษ์พระพุทธศาสนาฯ ในฐานะลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย ยืนยันว่า พระทั้ง2รูปไม่ได้หลบซ่อนอยู่ที่วัดพระธรรมกาย ตามที่นพ.มโน กล่าวหา เพราะวัดพระธรรมกายตั้งแต่ถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)ปิดล้อมมา1เดือน คนมาทำบุญค่อนข้างน้อย จะนำเงินจากไหนมาเลี้ยงคนหลายพันคน และการเข้าออกวัดพระธรรมกายก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด ยืนยันไม่มีรถลาดตระเวนอย่างแน่นอน และ ในวัดพระธรรมกายมีสายลับทั้ง ทหาร ตำรวจ และ ดีเอสไอ เข้าไปแฝงตัวอยู่จำนวนมาก ถ้าพระชั้นผู้ใหญ่ทั้ง 2รูปใช้วัดพระธรรมกายหลบซ่อนคงเป็นทางเลือกสุดท้าย

ส่วนการที่ตำรวจบุกจับพระชั้นผู้ใหญ่ในข้อกล่าวหาทุจริตเงินทอนวัดจนต้องถูกจับสึกนั้น ส่วนตัวรู้สึกหนักใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะถ้าพระพุทธเจ้าท่านยังมีพระชนม์ชีพอยู่คงไม่ปลื้มกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนศูนย์กลางของศาสนาพุทธ จากการที่มีบุคคลกลุ่มหนึ่งที่คิดจะปฏิรูปสิ่งที่เรียกว่าพระรัตนตรัย ซึ่งเป็นเสมือนดวงแก้วที่สูงส่ง ดังนั้นถ้าดวงแก้วมีรอยตำหนิ มีสิ่งไม่สะอาดเกาะอยู่ การที่จะไปเช็ดดวงแก้วให้สะอาด ต้องใช้ผ้าที่นุ่มนวล แต่ในทุกวันนี้มีคนกลุ่มหนึ่งใช้ขวาน ใช้ค้อนไปถากดวงแก้วแล้วบอกว่ากำลังทำความสะอาด และปฏิรูป จะทำให้กระทบต่อความศัทธา และ อย่าแก้ปัญหาด้วยความหยาบ จะสะเทือนความรู้สึก และเสมือนการทำลายล้างความรู้สึก เพราะศาสนาพุทธปักหลักอยู่ที่เมืองไทยด้วยฝีมือของมหาเถรสมาคมชุดนี้ แต่ทุกวันนี้ชาวโลกกำลังสับสนว่าเราทำลายความเป็นผู้นำของชาวพุทธ หรือไม่ และ ภาพลักษณ์ที่ไทยเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาจะหม่นหมอง

นายอัยย์ บอกอีกว่า ถ้าปฏิรูปคณะสงฆ์ จะต้องทำอย่างนุ่มนวล ต้องให้เกียรติ ในสมัยพระพุทธเจ้า ถูกพระขู่ฆ่าและใส่ร้ายว่าไปทำผู้หญิงท้องพระพุทธเจ้าก็ไม่เคยให้พระเหล่านั้นต้องสึกจาการเป็นพระ แต่ให้โอกาสแก้ไขปรับปรุง ดังนั้นทุกวันนี้ก็ต้องให้โอกาส เช่นกัน เพราะศาลยังไม่ตัดสิน แต่พระกลับถูกจับสึกทันที

หากย้อนมาดูการแต่งตั้งผู้อำนายการพระพุทธศาสนาแห่งชาติ คนปัจจุบัน ที่มาจาก ดีเอสไอ ซึ่งส่วนตัวมองว่าผอ.คนนี้ไม่ได้มา เพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา แต่มารับตำแหน่งในลักษณะตำรวจเข้ามาหาร่องรอย สายตาเสมือนเหยี่ยว

ส่วนที่พระเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตนั้นนายอัยย์  มองว่าจะต้องดำเนินการอย่างนุ่มนวล ต้องให้เกียรติ ไม่ใช่ปฏิบัติแบบทางโลกที่ไปบุกจับ หรือ จับสึก ซึ่งการปฏิบัติในลักษณะนี้ ถือว่ารุนแรงยกตัวอย่างการบุกจับพระพุทธะอิสระ ที่ประชาชนส่วนหนึ่งรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ ซึ่งจะส่งผลต่อศัทธาของชาวพุทธ และ จะทำให้เด็กๆในปัจจุบันมองพระไม่ใช่คนดี ทำให้เด็กๆเสื่อมศัทธา และกระทบต่อภาพรวมของศาสนาพุทธ

ชมคลิปเต็ม >>>“ศิษย์ธรรมกาย” ออกโรง วัดไม่ใช่ที่ “2 พระเถระฯ” หนีคดีเงินทอนเพราะ “สายลับรัฐบาล” แฝงตัวอยู่เพียบ

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ