สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์เมื่อคืนนี้ (29 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลว่า ซาอุดิอาระเบียและรัสเซียอาจเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน เพื่อชดเชยการผลิตที่ลดลงของอิหร่านและเวเนซุเอลา อันเนื่องมาจากการถูกคว่ำบาตร
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนกรกฎาคม ร่วงลง 1.15 ดอลลาร์ หรือ 1.7% ปิดที่ 66.73 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 17 เมษายนปีนี้
นายมนูญ ศิริวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน เปิดเผยว่า การปรับราคาน้ำมันลง 2 ครั้งติดต่อกันของ ปตท. ไม่ใช้แรงบีบจากสังคมหรือกระแสโซเชียลมีเดียที่รณรงค์ต่อต้านการเติมน้ำมันในปั๊ม ปตท. แต่การปรับราคาน้ำมันลงนั้น เป็นไปตามกลไกตลาดโลก เนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมาราคาน้ำมันดิบได้ปรับตัวลดลงกว่า 7% และสัปดาห์นี้ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศมีโอกาสที่จะปรับลดลงอีก
รถร่วม ขสมก.เดินหน้าปรับค่าตั๋ว 4 บาท
ด้าน นางภัทรวดี กล่อมจรูญ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทาง หรือ รถร่วม ขสมก. กล่าวว่า แม้รถร่วมฯ จะใช้ก๊าซธรรมชาติ หรือ NGV เป็นเชื้อเพลิงสำหรับการวิ่งรถ ซึ่งราคาขึ้นมาเล็กน้อยเพียงกิโลกรัมละ 62 สตางค์ แต่ก็จะเดินหน้าขอกระทรวงคมนาคม ให้ปรับขึ้นค่าโดยสารสำหรับรถร้อนอีก 4 บาท ขึ้นมาเป็น 13 บาท เนื่องจากผู้ประกอบการมีภาระที่ต้องจ่ายค่าแรงที่สูงขึ้น รวมถึงค่าอะไหล่ในการซ่อมบำรุงรถ ที่ปรับสูงขึ้นตามต้นทุนราคาน้ำมันดีเซลเช่นกัน
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการเองยังต้องจ่ายค่าตอบแทนให้กับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก.อีก ทำให้รายได้จากการเก็บค่าโดยสารในปัจจุบันที่ 9 บาท สำหรับรถร้อน ไม่คุ้มกับต้นทุน ซึ่งในวันพฤหัสบดี ที่ 31 พฤษภาคมนี้ จะเดินทางมาสอบถามจากกระทรวงคมนาคมอีกครั้ง พร้อมกับขอรับฟังการช่วยเหลือหากไม่ต้องการให้ปรับขึ้นราคาค่าโดยสาร เพราะขณะนี้ผู้ประกอบการไม่สามารถแบกรับต้นทุนได้แล้ว
พาณิชย์ตรวจเข้มก๊าซหุงต้มโกงราคา
นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมการค้าภายในได้ส่งเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด และออกสุ่มตรวจอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้า โดยเฉพาะก๊าซหุงต้ม เพราะขณะนี้ภาครัฐยังคงอุดหนุนราคาพลังงานอยู่ ทำให้ราคาก๊าซหุงต้มยังอยู่ในราคาเดิมที่ ถังละ 363 บาทขนาด 15 กิโลกรัม
สำหรับผลกระทบที่จะมีต่อราคาสินค้านั้น มองว่าในขณะนี้ยังไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะมีการปรับราคาสินค้าขึ้น และหากพบพื้นที่ใดมีการปรับราคาสินค้าโดยอ้างต้นทุนจากก๊าซหุงต้ม จะมีการส่งเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบและหากพบมีการปรับราคาเพิ่มขึ้นจริง จะต้องมีการเชิญตัวมาเพื่อชี้แจงต้นทุน หากพบมีการตั้งราคาจำหน่ายสูงเกินกว่าสมควร จะต้องรับโทษตามกฎหมาย โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ