กรณีที่สังคมโซเชียลวิพากษ์วิจารณ์ระบบรับสมัครบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา ปีการศึกษา 2561 หรือ ระบบ TCAS (ทีแคส)รอบ3 เพราะมีการกั๊กที่เรียน หลังระบบคัดเลือกรอบนี้ให้สิทธิ์เด็กที่มีคะแนนสูงเลือกได้4คณะ เช่น เด็กที่ได้คะแนนสูงถึง 26,000 คะแนน เลือกคณะแพทย์ พร้อมกับคณะนิเทศศาสตร์ ถ้าสละสิทธิ์ไม่เอาคณะนิเทศศาสตร์จะทำให้ที่นั่งว่างลง และเด็กที่ได้คะแนนต่ำกว่า 26,000 ที่อยากเรียนคณะนิเทศศาสตร์ต้องเสียสิทธิ์ เพราะไม่มีการเรียกตัวสำรองขึ้นมา และต้องมาสอบใหม่ในรอบที่ 4 จนมีการนัดรวมตัวกันเพื่อขอความเป็นธรรมจากผู้เกี่ยวข้องในวันพรุ่งนี้ (31 พ.ค.61) ที่หน้าสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.)
ล่าสุด รศ.วีรชัย พุทธวงศ์ เลาขาธิการศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ โฟนอินเข้าในรายงาน "เป็นเรื่องเป็นข่าว"ว่า ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) มีมติชัดเจนให้เลื่อนตัวสำรองขึ้นมาและเด็กที่สอบติดทั้ง 4 คณะในทีแคสรอบที่3 ให้เลือกคณะใดคณะหนึ่ง ส่วนที่เหลืออีก3คณะจะต้องสละสิทธิ์เพื่อจะดันตัวสำรองขึ้นมา ซึ่งจะต้องดำเนินการให้เสร็จภายในวันที่ 10 มิ.ย.นี้ ก่อนที่ทปอ.จะแจ้งชื่อไปยังมหาวิทยาลัยเพื่อให้นัดตัวสำรองสัมภาษณ์อีกครั้ง
สาเหตุที่ครั้งแรกไม่ดันตัวสำรองขึ้นมาเพราะว่าระบบทีแคสนำมาใช้เป็นครั้งแรก เพื่อปิดจุดอ่อนในหลายๆเรื่อง เพราะไม่เช่นนั้นมหาวิทยาลัยบางแห่งจะไปเปิดรับสอบเองโดยตรง
ส่วนรอบที่ 4 จะเริ่มเปิดในวันที่ 12-16 มิ.ย.ที่จะถึงนี้เด็กที่สละสิทธิ์ หรือยังไม่ถูกใจคณะที่เลือกในทีแคสรอบที่ 3 ก็มาสมัครได้ แต่เกณฑ์การประเมินก็จะแตกต่างกัน ก็คือรอบที่4 จะใช้คะแนน โอเนต เอาเกรดเฉลี่ยตั้งแต่ม.4 ม.5 และ ม.6 มาพิจารณาด้วย
ด้าน นายพลพล หรินทรานนท์ นักเรียนชั้นม.6 โรงเรียน วัดเขมาภิรตาราม กล่าวว่า ตนเองรู้สึกพอใจในระดับหนึ่งที่มีการดึงตัวสำรองขึ้นมา แต่ที่ผ่านมาเชื่อว่าตนเองโดนกั๊กที่นั่ง เพราะเลือกคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) แต่ไม่ได้เพราะทั้ง2มหาวิทยาลัยไม่ระบุว่าต้องสอบได้คณะแนนจำนวนเท่าไหร่ ซึ่งต้องรอผลที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในวันศุกร์อีกครั้ง สาเหตุที่เชื่อว่าโดนกั๊กที่นั่ง เพราะก่อนสอบจะมีระเบียบกำหนดการว่าคณะครุศาสตร์จะต้องได้คะแนนเท่าไหร่ ซึ่งตนก็มีคุณสมบัติตามที่กำหนดทั้งหมด หากผลที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ไม่ผ่านคงจะไปสมัครสอบในรอบที่ 4
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระบบทีแคสแบ่งออก 5 รอบ แต่ละรอบจะมีเงื่อนไขที่ต่างกัน
1. คัดเลือกโดยการส่งแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio)
ในรอบนี้จะพิจารณาจากผลงานของนักเรียนที่นำมาใส่ Portfolio ไม่มีการสอบข้อเขียน ซึ่งแต่ละมหาวิทยาลัยจะคัดเลือกนักเรียนจำนวนหนึ่ง อาจจะมีการสัมภาษณ์หรือทดสอบทักษะเฉพาะทาง โดยการคัดเลือกในรอบนี้เป็นแค่การ Pre-screening เท่านั้น
2. สมัครโควตาแบบมีสอบข้อเขียน สำหรับนักเรียนในพื้นที่
ในรอบนี้จะเป็นการรับนักเรียนแบบโควตา สำหรับนักเรียนที่อยู่ในพื้นที่ หรือ รอบเขตการศึกษา ที่ทางมหาวิทยาลัยกำหนด ในขั้นตอนนี้ทางมหาวิทยาลัยสามารถจัดสอบเองได้เลย หรือจะใช้ข้อสอบส่วนกลาง อย่าง 9 วิชาสามัญ หรือ GAT/PAT เพื่อคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษา
3. การรับตรงร่วมกัน
ในรอบนี้เป็นการสอบรับตรง ซึ่งโครงการรับตรงอย่าง กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.)ก็รวมอยู่ในรอบนี้ด้วย โดยทาง ทปอ. จะเป็นส่วนกลางในการรับสมัครในรอบนี้ และทางมหาวิทยาลัยจะพิจารณาผลการคัดเลือก โดยผู้สมัครสามารถเลือกได้ 4 สาขาวิชา
4. การรับ Admission
ในรอบนี้ยังคงใช้เกณฑ์ในการคัดเลือกแบบ Admission โดยใช้องค์ประกอบของคะแนน อย่างเช่น GPAX, O-NET, GAT/PAT หรืออื่นๆ ซึ่งผู้สมัครสามารถเลือกได้ 4 สาขาวิชา
5. การรับตรงแบบอิสระ
ทางมหาวิทยาลัยสามารถใช้เกณฑ์การสอบที่จัดขึ้นเอง หรือการสอบวิชาเฉพาะ และส่งผลการคัดเลือกให้ทาง ทปอ.
รับชมคลิป>>>“ม.6” เปรียบระบบ “ทีแคส” เหมือน ”อุโมงค์ที่มืดมิด” หาทางออกไม่เจอ