วันนี้ (7 มิ.ย.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า งานเสวนา “ทิศทาง E-Commerce ของประเทศไทย” นายณพพงศ์ ธีระวร ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการเอสเอ็มทั่วไทยมีอยู่ประมาณ 3.01 ล้านราย ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 99.7 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ประกอบการที่มีอยู่ในประเทศไทยทั้งหมด โดยในจำนวนนี้จดทะเบียนแล้ว 600,000 ราย เป็นวิสาหกิจ 100,000 ราย ขณะที่เป็นคนตัวเล็กค้าขายอิสระกว่า 2.3 ล้านราย แม้จะทำให้เกิดการจ้างงาน 11 ล้านราย แต่จีดีพีของเอสเอ็มอียังไม่ได้เติบโตมากเมื่อเทียบกับจีดีพีของประเทศตามเศรษฐกิจในไตรมาสแรกที่ขยายตัวถึง 4.8 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งภาพรวมยอดขายในภูมิภาคยังไม่เติบโตจากกำลังซื้อที่ไม่ได้ฟื้นตัว ทำให้ผู้ประกอบการยังรู้สึกว่าเงินในกระเป๋ายังไม่เพิ่มขึ้น ดังนั้นรัฐบาลควรเร่งผลักดันให้เกิดการบริโภคในฐานราก โดยเฉพาะจากผู้มีรายได้น้อย อย่างไรก็ตาม ทางสมาพันธ์ตั้งเป้าที่เพิ่มสัดส่วนจีดีพีของเอสเอ็มอีขึ้นเป็น 50 เปอร์เซ็นต์ จากปัจจุบันอยู่ที่ 42.6 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี 2564
ด้านนายพรวิช ศิลาอ่อน ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ ระบุว่า การเปลี่ยนผ่านการค้าเข้าสู่อีคอมเมิร์ซจะเป็นโอกาสทองของผู้ประกอบการไทย เพราะขณะนี้ถือว่ายังเป็นช่วงเริ่มต้น เป็นช่วงที่ตื่นตัวมาก ซึ่งโอกาสการเติบโตในโลกออนไลน์ยังไปได้อีกมาก เพราะสัดส่วนยังน้อยอยู่ จะเป็นโอกาสให้บริษัทของคนตัวเล็กมากขยายตัวได้ ดังนั้นจึงต้องการให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะคนตัวเล็กที่ค้าขายอิสระเข้าสู่แพลตฟอร์มของอีคอมเมิร์ซเพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังจะเปิดตัวเว็บไซต์ Thaitrade.com โฉมใหม่เตรียมผลักดันให้เป็นศูนย์กลางการค้าออนไลน์ของประเทศ คาดว่าจะสามารถสนับสนุนผู้ประกอบการไทยได้ครอบคลุมทั้งขายในประเทศและส่งออกระหว่างประเทศ พร้อมช่วยผู้ประกอบการรายย่อย เกษตรกร และ e-Marketplace ต่าง ๆ ของไทยในด้านการค้าออนไลน์อย่างครบวงจร