สำนักงานการบินพลเรือนและกระทรวงกลาโหมของสิงคโปร์ ยืนยันว่าการจำกัดการบินในน่านฟ้าสิงคโปร์จะเริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 08.00 น. ของวันที่ 10 มิ.ย. ไปจนถึงเวลา 23.59 น. ของวันที่ 14 มิ.ย. เพื่อรองรับการประชุมครั้งประวัติศาสตร์ ระหว่าง ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และ คิมจอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ซึ่งจะจัดขึ้นที่โรงแรมคาเปลลา บนเกาะเซนโตซา ในวันที่ 12 มิ.ย. นี้
โดยผลกระทบจากการจำกัดการบิน อาจทำให้เที่ยวบินทั้งขาออกและขาเข้าจากสนามบินชางงี ไม่เป็นไปตามตารางเวลา หรือ ดีเลย์
เช่นเดียวกับ องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ที่ประกาศว่าจะมีการบังคับใช้มาตรการเข้มงวดกับเที่ยวบินทั้งขาเข้าและขาออกจากสิงคโปร์ ในระหว่างวันที่ 11-13 มิ.ย. รวมถึงการจำกัดการใช้รันเวย์และจำกัดความเร็วของเครื่องบินที่จะลงจอดที่สนามบินสิงคโปร์ชางงี เพื่อความปลอดภัย
ขณะที่ รูดี จูลิอานี ทนายความของทรัมป์ ออกมาเปิดเผยว่า ที่การประชุมสุดยอดยังมีขึ้นได้ตามกำหนด แม้ว่า ทรัมป์ ได้ประกาศยกเลิกไปแล้วก่อนหน้านี้ เป็นเพราะ คิม จอง-อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ เป็นฝ่ายอ้อนวอนขอให้รื้อฟื้นการประชุมเอง เห็นได้จากการที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเกาหลีเหนือนำจดหมายของนายคิมมามอบให้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
ด้านทำเนียบขาวระบุว่า หากการเจรจาในวันที่ 12 มิ.ย. นี้เป็นไปได้ด้วยดี ทรัมป์และคิมอาจประชุมต่อเนื่องในวันที่ 13 มิ.ย. อีกวัน
“ทรัมป์” ทำการบ้านหนัก ก่อนร่วมประชุมสุดยอด “ทรัมป์-คิม”
แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ จะมีเทคนิคในการเจรจาต่อรองดี ตามสไตล์นักธุรกิจเก่า แต่ประเด็นอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลีเป็นประเด็นละเอียดอ่อนที่กระทบกับความมั่นคงของโลก ทีมงานของทรัมป์จึงต้องทำให้มั่นใจว่าผู้นำสหรัฐฯจะพร้อมสำหรับการประชุมครั้งนี้
ตามปกติ หน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องการให้ข้อมูลและความรู้พื้นฐานกับผู้นำสหรัฐฯ ก่อนภารกิจการเยือนต่างประเทศ จะเป็นหน้าที่ของกระทรวงต่างประเทศ โดยครั้งนี้ นายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งเคยเดินทางไปพบผู้นำเกาหลีเหนือมาแล้วถึง 2 ครั้ง ร่วมกับนายแอนดรูว์ คิม ผู้เชี่ยวชาญด้านเกาหลีประจำซีไอเอ ได้ให้ข้อมูลเพื่อติวเข้มทรัมป์ ต่อเนื่องมาหลายสัปดาห์ โดยสัปดาห์ละ 8-10 ชั่วโมง
นอกจากข้อมูลพื้นฐานทั่วไปแล้ว ยังมีแฟ้มข้อมูลพิเศษ เกี่ยวกับประวัติและข้อมูลเชิงลึกของนายคิม ซึ่งรวบรวมโดยหน่วยข่าวกรองของสหรัฐฯ เพื่อให้ทรัมป์ได้ศึกษาก่อนด้วย
สำหรับคณะผู้แทนเจรจาในการประชุมครั้งนี้ คาดว่าจะประกอบด้วย นายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ นาย จอห์น เคลลี เสนาธิการประจำทำเนียบขาว นายจอห์น โบลตัน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ และอาจมีนายแอนดรูว์ คิม ผู้เชี่ยวชาญด้านเกาหลีประจำซีไอเอ เข้าร่วมด้วย
ส่วนผู้ที่ไม่ได้ติดตามไปด้วย คือ รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ของสหรัฐฯ และนายเจมส์ แมตทิส รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ