วันนี้(12 มิ.ย.61)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิชัย โภชนกิจ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุม “การแก้ไขปัญหาสับปะรดด้านการตลาด” ระบุว่า ขณะนี้ราคาสับปะรดหน้าโรงงานแม้จะเข้าสู่ช่วงปลายฤดู แต่ราคายังคงตกต่ำอยู่ที่กิโลกรัมละ 2-3 บาท โดยสาเหตุหลักเกิดจากการส่งออกที่คิดเป็นสัดส่วนถึง 90% ของผลผลิตทั้งหมดลดลง ซึ่งตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนเมษายนการส่งออกอยู่ที่ 1 แสน 6 หมื่นตัน ปรับตัวลดลงถึง 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
โดยแนวทางแก้ไขปัญหาราคาสับปะรดเบื้องต้นจะมีการกระตุ้นตลาดการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งล่าสุดบริษัทบางจากได้ตกลงรับซื้อสับปะรดสดจากเกษตรกร 200 ตัน เพื่อแปรรูปให้กับลูกค้าที่ใช้บริการปั้มบางจาก และกระทรวงพาณิชย์จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้นำสับปะรดสดไปอยู่ในโหมดอาหารสัตว์ และกระจายไปจำหน่ายในร้านธงฟ้าประชารัฐ และตลาดต้องชมทั่วประเทศ ตั้งเป้ากระจายส่วนนี้ 2,000 ตันใน 2 สัปดาห์ คาดว่าจะสามารถลดสัดส่วนผลผลิตที่เกินจากโรงงานกว่าวันละ 1 หมื่นตันลงได้ และคาดว่าภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้สถานการณ์ด้านราคาจะปรับตัวดีขึ้นมากกว่ากิโลกรัมละ 4 บาท หรือไม่ต่ำกว่าต้นทุนของเกษตรกร เพราะขณะนี้ผลผลิตทั้งหมดเหลือไม่ถึง 20%
ส่วนแนวทางแก้ไขปัญหาระยะยาวจะให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศไปเน้นโฟกัสกรุ๊ปผลักดันการส่งออกมากขึ้น โดยอาจจะต้องเลือกคุยกับประเทศที่ยังมีความต้องการสับปะรดสูงอยู่อย่างเช่นรัสเซีย เพื่อให้การส่งออกกลับมาขยายตัวอีกครั้งใกล้เคียงปี 2559 ที่การส่งออกรวมสูงถึง 2 หมื่น 7 พันล้านบาท