ความคืบหน้าในคดีทุจริตเงินคนไร้ที่พึ่ง ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นั้น ล่าสุด คณะกรรมการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ตรวจสอบธุรกรรมและทรัพย์สินของกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์ทุจริตการยักยอกเงินช่วยเหลือคนยากไร้ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)
โดยพล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร รักษาราชการแทนเลขาธิการปปง. ระบุว่า จากการตรวจสอบเชิงลึกแล้วพบว่ามีข้าราชการและเจ้าหน้าที่ 3 คนได้แก่ นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัดกระทรวง พม. นายณรงค์ คงคำ อดีตรองปลัดฯพม. และนายธีรพงษ์ ศรีสุคนธ์ อดีตผู้ตรวจราชการกระทรวง พม.
ซึ่งมีพฤติการณ์ทุจริตการยักยอกเงินช่วยเหลือคนยากไร้ โดยมีลักษณะการทำงานเป็นขบวนการผ่านทางการจัดสรรเงินงบประมาณลงไปยังศูนย์และหน่วยงานต่างๆในสังกัดทั่วทุกภาคส่วน และมีการจัดทำเอกสารการเบิกจ่ายเงินงบประมาณอันเป็นเท็จ โดยนำเงินที่ได้จากการทุจริตเบิกจ่ายส่งกลับคืนไปยังผู้บริหารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการในขณะนั้น
จากการสืบสวนข้อมูลทางการเงินพบว่า เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเป็นจำนวนมาก
ทางคณะกรรม ปปง. จึงได้มีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดของบุคคลทั้ง 3 รวมถึงบุคคลที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องอีกประมาณ 12 คน ประกอบด้วย ที่ดิน ห้องชุด รถยนต์หรู เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร และหลักทรัพย์ต่างๆ รวม 41 รายการ มูลค่าประมาณ 88 ล้านบาท
โดยในวันนี้(13มิ.ย.61) ตัวแทนจากสำนักงาน ปปง. จะเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกลุ่มข้าราชการที่ร่วมกันทุจริตโกงเงินคนจน ต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ปปป. เพื่อให้ดำเนินการตามความผิดในคดีอาญา พร้อมขอแจ้งเตือนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการทุจริตในหน้าที่ว่า นอกจากจะถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินแล้ว หากใครมีพฤติการณ์ในการรับหรือโอนทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการทุจริตก็อาจต้องถูกดำเนินคดีอาญาฐานฟอกเงิน ซึ่งมีโทษจำคุก 10 ปี ต่อการโอนหรือรับโอน 1 ครั้ง
ส่วนผู้เกี่ยวข้องสัมพันธ์ หรือนอมินี ที่รับโอนทรัพย์สินจากผู้กระทำความผิดทุกคนก็อาจต้องถูกลงโทษจำคุกในความผิดฐานฟอกเงินด้วยเช่นกัน