พระมหาไพรวัลย์ ชี้ “พระจับเงิน” ไม่ผิดวินัยสงฆ์ร้ายแรง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ปัญหาการตรวจสอบทุจริตเงินทอนวัด นำมาสู่ข้อเสนอให้ทบทวน ระเบียบ พ.ร.บ.สงฆ์ เรื่องการไม่ให้พระภิกษุสงฆ์จับเงิน เพราะอาจเอื้อประโยชน์ทุจริต ขณะที่พระมหาไพรวัลย์ ชี้การที่พระจับเงินเป็นเรื่องที่ทำมานานแล้ว ไม่ถึงขั้นผิดวินัยร้ายแรง

วันนี้ (13 มิ.ย.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ พระวัดสร้อยทอง เสนอสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ทบทวนระเบียบห้ามพระจับเงิน โดยเปรียบเทียบวัดในชนบท กับ วัดในเมือง ที่มีวิถีความเป็นอยู่ต่างกัน และมองว่าการจับเงินไม่ได้ผิดวินัยร้ายแรงของ พ.ร.บ.สงฆ์ เพราะมีการทำมาตั้งแต่อดีตแล้ว

ขณะที่นักวิชาการ ตีความหลายแง่มุมเกี่ยวกับกรณี “พระจับเงินไม่ได้” ว่า ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของสถานการณ์ บริบทของสังคมที่เปลี่ยนไป เช่น ไม่ควรให้ เจ้าอาวาส มีอำนาจเบ็ดเสร็จในการบริหารเงินทั้งหมด เสนอให้ชุมชน ประชาชน มีส่วนร่วมรับรู้และทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายด้วย แต่ต้องเป็นคนกลางที่เชื่อถือได้

สำหรับการทำบัญชีและบริหารจัดการเงินวัดทั่วประเทศ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ณดา จันทร์สม คณบดี คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันพัฒนบริหารศาสตร์  ตั้งข้อสังเกตว่า วัด คือ นิติบุคคล ถูกตีตราว่าเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร แต่ที่ผ่านมาสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และ พระราชบัญญัติสงฆ์ พ.ศ.2505 กำหนดข้อบังคับการทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายไม่ชัดเจนและไม่เป็นระบบ จึงอาจกลายเป็นช่องโหว่ เอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มคนที่ไม่ซื่อสัตย์ เช่นเงินที่บริจาควัด กับ เงินถวายพระ ควรจัดเก็บหรือแยกกันอย่างไร

โดยปัจจุบันวงการพระสงฆ์ บัญญัติให้ พระมหานิกาย มีข้อละเว้นให้สามารถจับเงินได้ในกรณีที่มีความจำเป็น ส่วนธรรมยุติกนิกายไม่สามารถจับเงินไม่ได้ และ แต่ละวัดจะมีการบริหารจัดการบัญชีรายรับ-รายจ่ายในรูปแบบของตัวเอง เช่น ตั้งมูลนิธิเป็นศูนย์กลางของเงินบริหาร หรือ ตั้งไวยาวัจกร และ คณะกรรมการวัดดูแลเงินบริจาค

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ