วันนี้ (14 มิ.ย.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลักฐานที่ได้จากวัดสามพระยา ตำรวจพบ อดีตพระพรหมดิลก ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฟอกเงินอุดหนุนวัด มีโฉนดที่ดินไว้ครอบครองหลายแผ่น รวมทั้งโฉนดที่ดินจุดตั้งศูนย์ปฏิบัติธรรม สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ หรือ วัดหลวงพี่แซม อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า โฉนดแผ่นนี้ สีกาคนหนึ่งบริจาคที่ดิน ให้วัดสามพระยา เมื่อปี 2538 ในครั้งนั้น สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ เป็นเจ้าอาวาสวัดสามพระยา ต่อมาเมื่ออดีตพระพรหมดิลก ขึ้นเป็นเจ้าอาวาส พบว่า มีการทำเรื่องเอาโฉนดมาครอบครองโดยใช้ชื่อตัวเอง ซึ่งปัจจุบันพื้นที่นั้นพัฒนาเป็นศูนย์ปฏิบัติธรรม สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ โดยหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะลงตรวจสอบว่าอดีตพระพรหมดิลกมีเจตนาอะไร ที่เปลี่ยนชื่อตัวเองเป็นเจ้าของโฉนดนี้
ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ยังไม่ได้รับรายงานข่าวที่ทางการทางเยอรมนี ปฏิเสธให้ตัวอดีตพระพรหมเมธี ผู้ต้องหาคดีเงินทอนวัด กับตำรวจไทย พร้อมยืนยัน ว่าเดินทางไปประเทศฝรั่งเศส ของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นการไปราชการ ชมนิทรรศการอาวุธเท่านั้น ไม่ใช่การไปประสานตำรวจสากล เข้ามาช่วยเหลือในคดีนี้
นอกจากนี้ส่วนความคืบของสำนวนการสอบสวนคดีร่วมกันฟอกเงินอุดหนุนวัด ตำรวจชุดสืบสวนตั้งเป้าจะสรุปสำนวนให้เสร็จ ภายในสิ้นเดือนนี้ และจะทยอยส่งฟ้องแยกแต่ละวัด โดยในส่วนของวัดสามพระยาฯ กับวัดสัมพันธวงศารามฯ จะสรุปสำนวนเสร็จในไม่ช้า ขณะที่วัดสระเกศฯ มีหลักฐานค่อนข้างมาก จึงคาดว่าจะใช้เวลานาน และถึงแม้ว่าจะสั่งฟ้องครบสามวัด ตำรวจก็ยังคงต้องคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาต่อไป เนื่องจาก เกรงว่าจะเข้าไป ยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน