แม้แนวทางการขับเคลื่อนนโยบายเพิ่มเพดานเงินเดือนสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม 15,000 บาท เป็น 20,000 บาท เก็บรายเดือนเพิ่มจาก 750 บาท เป็นสูงสุด 1,000 บาท ของสำนักงานประกันสังคม หรือ สปส. จะยังไม่ถูกนำมาบังคับใช้ แต่ล่าสุดสำนักงานประกันสังคม ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าในการทำประชาพิจารณ์ที่ทั้ง 12 ครั้ง โดยพบว่าประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วย แต่ก็ยังมีบางส่วนที่ออกมาตั้งคำถามถึงสิทธิประโยชน์ผู้ประกันตนที่จะได้รับเพิ่มขึ้นเฉพาะกลุ่มที่ได้รับเงินเดือนตั้งแต่ 15,000 บาทขึ้นไป
นายสุรเดช วลีอิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ยืนยันว่า การเก็บเงินสมทบด้วยการเพิ่มเพดานเงินเดือนเป็น 20,000 บาท ไม่เกี่ยวกับเงินในกองทุน เพราะที่ผ่านมามีเพียงพอต่อการจ่ายชดเชยผู้ประกันตนอยู่แล้ว แต่นโยบายนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อปรับปรุงอัตราสิทธิประโยชน์ทดแทนที่จะแปรผันไปตามอัตราค่าจ้าง
นายมนัส โกศล ประธานเครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน หรือ คปค. มองว่า แม้การเพิ่มเพดานเก็บเงิน จะกระทบกับผู้ที่มีเงินเดือนมากกว่า 15,000 บาทขึ้นไป แต่เชื่อว่าจะส่งผลดีกับทุกคนในระยะยาวเนื่องจากอัตราเงินเดือนจะปรับเพิ่มขึ้นทุกปี ขณะที่สิทธิประโยชย์ด้านต่างๆ ยังได้รับเพิ่มมากขึ้น
โดยเพดานที่เพิ่มขึ้นนี้จะถูกนำไปใช้ในการคำนวนเงินชดเชยต่างๆ เช่น กรณีว่างงาน จะได้เงินเพิ่มจาก 7,500 บาท เป็น 10,000 บาท , เจ็บป่วย ,ทุพพลภาพ จะได้เงินเพิ่มเป็น 10,000 บาทเช่นกัน ,เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต เพิ่มจาก 90,000 บาทเป็น 120,000 บาท รวมถึงกรณีชราภาพก็จะได้เงินเพิ่มเช่นกัน
เมื่อการทำประชาพิจารณ์เสร็จสิ้น สำนักงานประกันสังคมจะต้องนำข้อมูลไปศึกษาแนวทาง และกลั่นกรองกฎหมายที่เกี่ยวข้อง นำเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แบะเมื่อรัฐมนตรีเห็นชอบ จะถูกนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป