ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเชิดชัย สนั่นศรีสาคร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการปรับโครงสร้างค่าโดยสารรถประจำทางและรถเมล์ ขณะนี้อยู่ระหว่างเปิดรับฟังข้อคิดเห็นและสรุปรายละเอียด คาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการขนส่งทางบกภายในเดือนกรกฎาคมนี้ ก่อนส่งต่อเข้าสู่กระทรวงคมนาคมในเดือนเดียวกัน ทั้งนี้เบื้องต้นยอมรับว่าค่าโดยสารในปัจจุบันไม่สะท้อนและต่ำกว่าต้นทุนที่แท้จริงเพราะต้นทุนหลายด้านสูงตามราคาตลาด
อย่างไรก็ตาม จึงต้องพิจารณาอัตราค่าโดยสารใหม่อย่างรอบคอบ หากต้องปรับขึ้นค่าโดยสารคงจะใช้อัตราแบบขั้นบันได หรือ การทยอยขึ้นค่าโดยสารไม่ให้กระทบกับประชาชน เช่นเดียวกันกับต่างประเทศซึ่งมีการปรับขึ้นค่าโดยสารรถเมล์ทุกปีตามกรอบราคาที่กำหนดร่วมกัน ส่วนที่ขาดให้ไปปรับในปีถัดไป นอกจากนี้ยังคงต้องหาแนวทางอุดหนุนผู้ประกอบการด้านอื่นด้วย เช่นช่ วยเหลือต้นทุนค่าเชื้อเพลิงเป็นต้น
ด้านนายเอกชัย สุมาลี คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านการปรับโครงสร้างค่าโดยสารระบบขนส่งสาธารณะ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เปิดเผยว่า จากการศึกษาโครงสร้างต้นทุนพบว่าค่าโดยสารในปัจจุบันไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงซึ่งเพิ่มขึ้นทั้งค่าเชื้อเพลิง ค่าจ้างและค่าซ่อมเป็นต้นส่งผลให้ต้องพากันลดต้นทุนดำเนินธุรกิจเดินรถจนคุณภาพตกต่ำจนประชาชนไม่ใช้บริการไปกระทบรายได้ต่อเนื่องสุดท้ายต้องทยอยเลิกกิจการ
อย่างไรก็ตามการปรับราคาให้ใกล้เคียง Standard Cost ต้องมาพร้อมกับการยกระดับรถเมล์ใหม่ การติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยและคุณภาพบริการภาพรวมที่ดีขึ้น ดังนั้น จึงมองว่าค่าโดยสารในอนาคตที่ควรจะเป็นปรับเพิ่มขึ้นราว 10%-15% จากปัจจุบัน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาวงการรถเมล์ตลอดจนเอื้อให้ผู้ประกอบการอยู่ได้โดยมีกำไร