วันนี้ (25 มิ.ย.61) นายอนุกูล สอนเอก นักภูมิศาสตร์ และนักสำรวจถ้ำ เปิดเผยกับทีมข่าวพีพีทีวี ว่า ส่วนตัวในฐานะที่เคยสำรวจพื้นที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน บางจุด พบว่า จากจุดที่หน่วยซีล ใช้พลั่วขุดตะกอนที่ขวางทางเข้า เพื่อดำน้ำเข้าไปเพราะน้ำท่วมปิดทาง ลักษณะกายภาพจุดดังกล่าว เรียกว่าเป็นท่อลอด หรือที่เรีกยว่า ไซฟ่อน ที่ในช่วงเวลาปกติต้องคลานเข้าไป จากนั้นจะเป็นโถงถ้ำ
เมื่อถามว่า ลักษณะทางกายภาพของถ้ำ จากแผนที่ มีจุดที่กลุ่มเด็กๆ จะยืนรวมตัวกันเป็นกลุ่ม หรือมีที่พักหรือไม่ นักสำรวจถ้ำระบุว่า จากแผนที่และการสำรวจในพื้นที่ถ้ำส่วนอื่นก่อนหน้านี้ ประเมินได้ว่า เส้นทางที่คาดว่ากลุ่มเยาวชนเข้าไป ไม่มีโถงขนาดใหญ่มาก หรือหากมี ความกว้างของโถงถ้ำจะอยู่ที่ประมาณ 6-10 เมตร ขณะที่ทางเดิน ตลอดเส้นทางนี้ คาดว่า มีบางจุดต้องก้มตัว หรือคลาน เข้าไป หรือบางจุดมีลักษณะเป็นแอ่งน้ำ เมื่อมีน้ำท่วม เส้นทางจะถูกปิดทันที ต้องดำ หรือใช้ความชำนาญการเข้าพื้นที่อย่างมาก โดยมองว่าหากเด็กๆ เดินผ่านแอ่งน้ำเข้าไปได้ ในช่วงที่น้ำไม่ท่วมได้ จะมีจุดที่อาศัยอยู่ได้ เพราะยิ่งเข้าไปลึกเท่าไร พื้นที่ของถ้ำจะสูงขึ้นเรื่อยๆ นั่นหมายความว่า เปอร์เซนต์ที่เด็กจะมีชีวิตอยู่จะสูงขึ้นตาม
นายอนุกูล ยังบอกว่า เบื้องต้นจุดปลายถ้ำ จะมีลักษณะเป็นหาดทราย เรียกว่า หาดพัทยา หากทรายนี้จะมีพื้นที่สามารถอยู่ได้ แต่ต้องระวังว่า พื้นที่บางส่วนโถงถ้ำไม่กว้าง มีน้ำตลอด และเป็นโถงถ้ำแบบเปียก และหากมีน้ำท่วม และถ้าลงไปตรงช่อง จะถูกเพดานถ้ำกดศีรษะไว้
สำหรับปัญหาระดับน้ำ ที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จากสภาพภูมิศาสตร์ น้ำฝนที่ตกลงมา จะซึมผ่านเขาเข้าสู่ชั้นหินของถ้ำ ระดับน้ำจะค่อยๆ ขึ้น แต่หากรอน้ำลดจะทำได้ยาก ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญ
ส่วนจุดที่มีการค้นหาเด็กๆ และโค้ช พบว่า ไม่ใช่เส้นทางของนักท่องเที่ยวทั่วไป แต่เป็นเส้นทาง ที่นักสำรวจเข้าไปเท่านั้น เพราะเป็นทางเข้าที่ยาก ลักษณะถ้ำเป็นทางเข้าออกเดียว